posttoday
ชงสิทธิภาษีดันสินค้าอินทรีย์

ชงสิทธิภาษีดันสินค้าอินทรีย์

23 กันยายน 2557

วางเป้าปั้นไทยศูนย์กลางของภูมิภาคเตรียมหารือธกส.ให้สินเชื่อดอกเบี้ยตํ่า

วางเป้าปั้นไทยศูนย์กลางของภูมิภาคเตรียมหารือธกส.ให้สินเชื่อดอกเบี้ยตํ่า

“พาณิชย์” เตรียมหารือผู้ประกอบการดันสินค้าอินทรีย์ขึ้นฮับอาเซียน ชูมาตรการจูงใจด้านภาษีสนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคม พร้อมดันธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกร

นางมาลี โชคล้ำเลิศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จะหารือกับผู้ประกอบการสินค้าอินทรีย์ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการผลักดันสินค้าอินทรีย์ได้รับการพัฒนา รวมทั้งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งกระทรวงตั้งเป้าผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางผลิต (ฮับ) สินค้าอินทรีย์ของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากไทยมีความพร้อมหลายด้านทั้งการพัฒนาสินค้าและภูมิศาสตร์

ทั้งนี้ ในแผนยุทธศาสตร์ที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยหันมาสนใจผลิตสินค้าอินทรีย์ หรือพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายและสร้างมูลค่าเพิ่ม เบื้องต้นอาจมีการเสนอให้สิทธิพิเศษทางภาษีให้กับผู้ผลิตสินค้าอินทรีย์ เพราะถือว่าทำประโยชน์ให้กับสังคม รวมทั้งกระทรวงจะหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกรที่ปลูกพืชอินทรีย์ ซึ่งจะถือเป็นมาตรการจูงใจให้ทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกรหันมาผลิตสินค้าอินทรีย์และเกษตรอินทรีย์มากขึ้น

“ข้อดีของสินค้าอินทรีย์ คือขายได้มากกว่าสินค้าปกติ 12 เท่าตัว แต่ปัญหาสินค้ายังมีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เช่น ข้าวไรซ์เบอรี่ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอียูอย่างมาก” นางมาลี กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงจะสนับสนุนการลดต้นทุนด้านการตรวจมาตรฐานอินทรีย์ ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุนสูง เพราะยังไม่มีมาตรฐานสินค้าอินทรีย์ที่เป็นสากล โดยและได้รับการยอมรับจากทุกตลาดส่งออก โดยแต่ละประเทศจะกำหนดมาตรฐานของตัวเองไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ยุโรป หรือญี่ปุ่น ที่เป็นตลาดหลักของสินค้าประเภทนี้ ส่วนไทยมีมาตรฐานของตัวเองแต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากตลาดอื่นๆ เช่นกัน ซึ่งแผนการลดต้นทุนในเบื้องต้นจะประสานกับเกษตรกรให้รวมตัวกันเพื่อดำเนินการตรวจมาตรฐานในครั้งเดียวเพื่อให้ต้นทุนเฉลี่ยแต่ละรายลดลง แต่แนวทางระยะยาวจะร่วมผลักดันให้เกิดมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับในทุกตลาด

นางมาลี กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์อื่นได้แก่ การสร้างความรู้ความเข้าใจ ด้านการตลาดสินค้าอินทรีย์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ยุทธศาสตร์การพัฒนาฐานข้อมูลที่ทันสมัยเพื่อใช้ในการวางแผนการตลาดเชิงรุก ยุทธศาสตร์การขยายตลาดสินค้าอินทรีย์ทั้งในและต่างประเทศ และยุทธศาสตร์การสร้างความหลากหลายของสินค้าอินทรีย์ตรงกับความต้องการของตลาด

“การทำสินค้าอินทรีย์ต้องมีการลงทุนในทุนด้านการเพาะปลูกทั่วไปและทุนด้านเวลา ที่ต้องใช้เวลาเตรียมดินอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งในช่วงเวลานี้ผู้ประกอบการต้องได้รับการสนับสนุน เพื่อให้อยู่ได้และทำให้จำนวนผู้ผลิตสินค้าอินทรีย์เพิ่มขึ้นเพื่อไทยเป็นศูนย์กลางสินค้าอินทรีย์แห่งอาเซียน” นางมาลี กล่าว

สำหรับมูลค่าการค้ารวมอินทรีย์ของโลก ในปี 2555 เท่ากับ 6.38 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดใหญ่ที่สุดคือสหรัฐ มูลค่า 2.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาเยอรมนี มูลค่า 7,040 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยอัตราขยายตัวรวมเฉลี่ยปีละ 10%ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์สินค้าอินทรีย์ของไทยที่จะนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ปัจจุบันในปี 2556คาดการณ์ว่าไทยมีการเพาะปลูกสินค้าเกษตรอินทรีย์พื้นที่รวม 3.14 แสนไร่ เพิ่มขึ้น 13.91% เทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเป็นการปลูกข้าวสูงสุด 2.0 แสนไร่ รองลงมาพืชไร่อื่นๆ 6.8 หมื่นไร่และผัก 1.0 หมื่นไร่

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ