posttoday
บลจ.มองหุ้นดีถึงต้นปี’58

บลจ.มองหุ้นดีถึงต้นปี’58

23 กันยายน 2557

ต่างชาติเข้าLTFซื้อ4หมื่นล้านสิ้นปีรอเศรษฐกิจฟื้นหนุนกำไรบจ.โตตามราคา

ต่างชาติเข้าLTFซื้อ4หมื่นล้านสิ้นปีรอเศรษฐกิจฟื้นหนุนกำไรบจ.โตตามราคา

กองทุนมองหุ้นดีถึงต้นปีหน้า ต่างชาติไหลเข้า LTF/RMF สมทบ 4 หมื่นล้าน ลุ้นกำไร บจ.ไล่ทันราคา

นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า หุ้นไทยจะยังไปได้ต่อในช่วงที่เหลือของปีนี้จนถึงต้นปี 2558 เพราะตอนนี้ยังไม่มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนแต่อย่างใด ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่ดีหลังจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งท้ายสุดจะส่งผลต่อไปยังผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ให้มีการเติบโต

ขณะที่ปัจจัยในต่างประเทศก็ยังไม่มีอะไรที่น่ากังวล เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ชัดเจน ยุโรปก็อยู่ในช่วงที่กำลังจะฟื้นตัว ส่วนจีนก็มีมาตรการออกมาทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคงขึ้น และญี่ปุ่นก็อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงและทำให้เศรษฐกิจดี

“ยังคงเป้าหมายเดิมที่ให้ดัชนีหุ้นปีนี้ประมาณ 1,600 จุด ส่วนปี 2558 น่าจะอยู่ระดับ 1,700 จุด แต่ระยะสั้นอาจเห็นดัชนีปรับลงได้ หากยึดตามหลักสถิติเมื่อหุ้นขึ้นแรงมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นหล่นไป 20% หรือไปอยู่ที่ 1,300 จุดแต่เชื่อว่าหุ้นจะไม่หล่นไปไกลระดับนั้น เพราะตอนนี้นักลงทุนมองอนาคตเศรษฐกิจไทยดี ผลประกอบการ บจ.ก็ต้องออกมาดีด้วย โดยปีนี้คาดว่ากำไรสุทธิ บจ.จะเติบโตเกือบ 10% ส่วนปีหน้าโต 15%” นายฉัตรพี กล่าว

ด้าน นายกรวุฒิ ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.อเบอร์ดีน กล่าวว่า หุ้นไทยจากนี้ไปจะมีแต่ปัจจัยบวกมากกว่าปัจจัยลบ เพราะเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย รวมถึงไทยที่มีเรื่องการเมืองกำลังนิ่ง ไตรมาส 4 ก็จะมีแรงซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เข้ามาอีก รวมถึงนักลงทุนไทยยังซื้อหุ้นขนาดเล็กมากขึ้น และนักลงทุนยังต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากหรือสินทรัพย์อื่น ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังไม่มีอะไรน่ากังวล

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมูลค่าของหุ้นไทยได้ปรับขึ้นมาสูงมาก และราคาหุ้นไม่ได้ถูกแล้ว คาดว่ากว่าที่ บจ.จะสามารถสร้างผลกำไรให้ล้อทันกับราคาหุ้นที่ขึ้นไปล่วงหน้าแล้วจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปี ตอนนี้ถ้าจะลงทุนควรเลือกหุ้นเป็นรายตัวหรือรายกลุ่มอุตสาหกรรมมากกว่า ขณะที่ความเสี่ยงต่อตลาดหุ้นตอนนี้อยู่ที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลางและยูเครนมีปัญหากับรัสเซีย และมีผลต่อให้รัสเซียไม่ใช้สินค้าจากยุโรป ซึ่งอาจจะมีผลกระทบทางอ้อมต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจยุโรป

“หุ้นไทยน่าจะไปต่อได้ช่วงที่เหลือของปีนี้หรือต้นปีหน้า และอีก 6 เดือนข้างหน้าผู้ลงทุนจะเริ่มกลับมามีมุมมองใหม่อีกครั้ง ถึงตอนนั้นจะเห็นผลชัดว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรหลังเริ่มเห็นผลจากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล” นายกรวุฒิ กล่าว

นายสมิทธ์ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า จะเห็นหุ้นแกว่งตัวในกรอบแคบๆ แถว 1,5001,600 จุด อย่างนี้ต่อไป ที่ผ่านมาเมื่อหุ้นปรับตัวลงประมาณ 10 จุด ก็จะเห็นแรงรับจากทั้งรายย่อยและสถาบัน จึงเชื่อว่าหุ้นยังมีจิตวิทยาเป็นบวกจากที่ผลประกอบการ บจ.ปีหน้าจะออกมาดี

ขณะที่ไตรมาส 4 จะมีแรงเข้าซื้อ LTF/RMF อีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติที่เคยออกไปตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีก่อน ยังกลับเข้ามาลงทุนน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ คาดกองทุนต่างชาติอาจจะเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมได้อีก

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้น 4.60 จุด ปิดที่ระดับ 1,589.51 จุด สวนทางตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ที่ปรับตัวลง หลังจากนักลงทุนกังวลเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน เมื่อรัฐมนตรีคลังจีนออกมายืนยันว่า รัฐบาลจีนจะยังไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายหลักๆ ของประเทศ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน