posttoday
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ...กับการปรับภาษี VAT

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ...กับการปรับภาษี VAT

22 กันยายน 2557

มาตรการด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 2558 ซึ่งใช้งบเป็นหลักแสนล้าน ทำกันแบบเป็นชุด จึงเป็นที่มาของคำว่า “ประยุทธ์โนมิก” ก็คงไม่ผิด จากสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ซึมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาเป็นเจ้ามือกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้จ่ายลงไปในฐานรากของเศรษฐกิจ เนื่องจากกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคเอกชนอยู่ในสภาวะฝืด เห็นได้จากการส่งออกในช่วง 7 เดือน ติดลบ และเดือน ก.ค.ติดลบร้อยละ 0.85 ขณะเดียวกันเดือน ส.ค.ก็มีแนวโน้มที่จะยังติดลบ ทั้งนี้ภาคส่งออกมีบทบาทอยู่ในระบบเศรษฐกิจสูง การที่ส่งออกชะลอตัวจึงมีผลโดยตรงต่อทุกภาคส่วน

มาตรการด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 2558 ซึ่งใช้งบเป็นหลักแสนล้าน ทำกันแบบเป็นชุด จึงเป็นที่มาของคำว่า “ประยุทธ์โนมิก” ก็คงไม่ผิด จากสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ซึมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาเป็นเจ้ามือกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้จ่ายลงไปในฐานรากของเศรษฐกิจ เนื่องจากกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคเอกชนอยู่ในสภาวะฝืด เห็นได้จากการส่งออกในช่วง 7 เดือน ติดลบ และเดือน ก.ค.ติดลบร้อยละ 0.85 ขณะเดียวกันเดือน ส.ค.ก็มีแนวโน้มที่จะยังติดลบ ทั้งนี้ภาคส่งออกมีบทบาทอยู่ในระบบเศรษฐกิจสูง การที่ส่งออกชะลอตัวจึงมีผลโดยตรงต่อทุกภาคส่วน

ในด้านการลงทุนมีเพียงสัญญาณทางบวกเชิงจิตวิทยาจากดัชนีความเชื่อมั่นทั้งของนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีจากญี่ปุ่นที่สนใจจะลงทุนในปีหน้า แต่ในสภาวะที่เป็นจริงตัวเลขการลงทุนยังคงติดลบ เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่รอดูสถานการณ์ความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลและทิศทางของสภาวะเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันในภาคเกษตรราคาสินค้าเกษตรทั้งข้าว ยาง อ้อย ฯลฯ ดาหน้าราคาลดลงกระทบต่อรายได้ภาคเกษตร บวกกับปัจจัยด้านความเชื่อมั่นต่อรายได้ของแรงงานทั้งในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยลดน้อยลง ส่งผลต่อการขยายตัวการบริโภคของประชาชนอยู่ในแนวลบ ถึงแม้เดือน ก.ค.ขยายตัวได้เป็นบวกเป็นครั้งแรก แต่ก็เป็นการขยายตัวเพียงร้อยละ 0.2 เท่านั้น

การที่รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ เป็นแนวทางที่ควรดำเนินการเพราะในหลายประเทศก็ดำเนินการอยู่ โดยมาตรการหลักๆ ของรัฐบาล เช่น การอัดฉีดเม็ดเงินช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยซึ่งมีที่ดินไม่เกิน 20 ไร่ เพื่อช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตทั้งค่าปุ๋ยและยาฆ่าแมลง รวมทั้งปัจจัยการผลิตอื่นๆ ส่วนในรายละเอียดคงต้องไปกำหนดแนวทางการช่วยเหลือให้เกิดความเป็นธรรม โดยเฉพาะเกษตรกรชาวนาและชาวสวนยาง ซึ่งขณะนี้กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากราคาสินค้าตกต่ำ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการจ่ายเงินคืนภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อยภายใต้ “โครงการเงินโอนแก้จน คนขยัน” เป็นการโอนภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อย (Negative Income Tax) ซึ่งมีอายุ 1560 ปี นัยว่าจะได้เงินช่วยเหลือ 2,0006,000 บาท/เดือน ประมาณ ว่าจะมีผู้มีสิทธิได้รับเงิน 18 ล้านคน เป็นเม็ดเงินประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท ในด้านการลงทุนของรัฐบาลในปีหน้ามีแผนลงทุนประมาณแสนล้านบาท ทั้งรถไฟฟ้า รถไฮสปีดเทรนระบบรางคู่ ขยายสนามบิน และอื่นๆ เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่กล่าวนี้จะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจถึงร้อยละ 1.31.5 และจะทำให้เศรษฐกิจในปี 2558 ขยายตัวร้อยละ 45

ประเด็น คือ แหล่งเงินที่จะใช้จะมาจากไหน ลำพังจากงบประมาณคงไม่พอเนื่องจากเป็นงบติดลบอยู่แล้ว ในด้านเงินช่วยเหลือต้นทุนเกษตรกรนัยว่าจะใช้เงินจาก ธ.ก.ส. แต่จะต้องระมัดระวัง เพราะสภาวะต้นทุนการผลิตสูงแต่ราคาผลผลิตตกต่ำ กลายเป็นว่าไปพอกหนี้ให้กับเกษตรกร สำหรับแหล่งเงินคืนภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อยยังขาดความชัดเจนว่าเม็ดเงินจะมาจากไหน ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจจะมาจากการเก็บภาษีมรดกซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาพร้อมกับแนวโน้มที่รัฐบาลจะใช้วิธีหาเงินด้วยการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 คงต้องขอให้ทบทวน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจปีหน้า ถึงแม้จะมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ยังคงมีความเปราะบาง การปรับขึ้นภาษีร้อยละ 3 ส่งผลตั้งแต่ราคาสินค้าต้นน้ำจนถึงผู้บริโภค กรณีศึกษาการปรับภาษีของประเทศญี่ปุ่นซึ่งขึ้นภาษีในอัตราเดียวกับประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่นให้มีการทรุดตัวเพราะไปเพิ่มต้นทุนให้กับประชาชน จนเข้าสู่สภาวะเงินฝืดในปัจจุบัน

ในสถานการณ์สภาวะเศรษฐกิจซบเซาอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งต้องเห็นใจรัฐบาลเพราะทุกภาคส่วนล้วนต้องการให้ช่วย แต่สถานการณ์ด้านการเงินมีจำกัด ไปช่วยด้านหนึ่งก็กระทบด้านหนึ่ง ขณะเดียวกันการหาเงินเพื่อใช้สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลด้วยการเพิ่มภาษีโดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม จะกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนให้ลดลง

การแก้ปัญหาเศรษฐกิจมีความซับซ้อนจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก สั่งซ้ายหัน ขวาหัน...ไม่ได้ครับ!!! n

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ