
ลดตราสารหนี้ทองเข้าตลาดหุ้น
ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังมีแนวโน้มแกว่งขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณไม่เร่งรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป จีน และญี่ปุ่นยังคงผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจโลกจึงอยู่ในระดับสูงต่อไป แม้เฟดจ่อยุติมาตรการ QE ในเดือน ต.ค.นี้
ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ยังมีแนวโน้มแกว่งขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณไม่เร่งรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป จีน และญี่ปุ่นยังคงผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจโลกจึงอยู่ในระดับสูงต่อไป แม้เฟดจ่อยุติมาตรการ QE ในเดือน ต.ค.นี้
ด้านปัจจัยในประเทศความคืบหน้าในการผลักดันเมกะโปรเจกต์จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุนการประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายในปลายเดือน ก.ย.นี้ จะสร้างความคึกคักต่อเนื่องให้แก่หุ้นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหุ้นรับเหมาฯ และธนาคาร เป็นต้น
การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณค้างท่อ รวมถึงงบประมาณปี 2558 ที่จะเริ่มใช้ในเดือน ต.ค.นี้ จะฉีดเงินเข้าสู่ระบบหลายแสนล้านบาทก่อนสิ้นปีนี้ เศรษฐกิจไทยจึงมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 4
นอกจากนั้น การปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนกลไกตลาด หรือต้นทุนจะช่วยทำให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและลดภาระการอุดหนุนในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้น PTT
ดัชนีหุ้นไทยในระยะสัปดาห์มีแนวต้านอยู่ที่ 1,592, 1,600 และ 1,630 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,580 และ 1,562 จุด ตามลำดับ
น่าสังเกตว่ามีการเก็งกำไรสูงมากในหุ้นขนาดเล็ก หลายหุ้นวิ่งนำหน้าปัจจัยพื้นฐานไปหลายโค้ง จนเทรดอยู่ที่กว่า 10 เท่าของมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น ทั้งๆ ยังสร้างผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ต่ำมาก จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูงสำหรับหุ้นเก็งกำไรเหล่านี้
การปรับพอร์ตลงทุนระดับโลกยังคงดำเนินต่อไป สัปดาห์ที่ผ่านมากระแสเงินทุนยังคงไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ ทองคำ และไหลเข้าตลาดหุ้น เพราะการฟื้นตัวที่ค่อนข้างต่อเนื่องของเศรษฐกิจสหรัฐ ส่งผลให้มีการคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ได้คาดกันไว้ กดดันราคาพันธบัตรสหรัฐร่วง ดันบอนด์ยีล 2 ปี ขึ้นมาที่ 0.59% สูงสุดในรอบ 3 ปีเศษ
สำหรับเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 กดดันทองคำร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนที่ 1,216.6 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์เมื่อวันศุกร์ หากดอลลาร์ยังคงแข็งค่าและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเป็นไปในเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ราคาทองจะเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ศุกร์ที่ผ่านมาคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด เผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐ ปรับขึ้น 0.2% ในเดือน ส.ค. สู่ระดับ 103.8 นับเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
ด้านตลาดหุ้นทั่วโลกแกว่งขึ้น นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐที่สร้างสถิติปิดสูงสุดตลอดกาลครั้งแล้วครั้งเล่า ปัจจุบันสปีดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคแตกต่างกันมาก รอบนี้สหรัฐฟื้นตัวได้ดีกว่าเพื่อน ขณะที่ยูโรโซนและญี่ปุ่นยังซบเซาจนต้องส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่
พฤหัสฯที่ผ่านมา อีซีบีได้อัดฉีดเงินผ่านโปรแกรม TLTROs มูลค่า 1 แสนล้านเหรียญ โดยมีแผนจะดำเนินการเพิ่มเติมให้ครบ 8 รอบครั้งถัดไปคือเดือน ธ.ค.นี้
ทั้งนี้ ตลาดยังเฝ้าดูรายละเอียดแผนการซื้อตราสารหนี้มีหลักประกัน (ABS) ของอีซีบี การทำ QE เพิ่มเติมในญี่ปุ่นและยูโรโซน จะช่วยชดเชยผลลบจากการหยุดทำ QE ของเฟด ได้ระดับหนึ่ง ปริมาณเงินในตลาดการเงินจึงมีแนวโน้มจะอยู่ในระดับสูงต่อไป
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ







