posttoday
"เจ้าสัวไทย" ไปตลาดโลก ใจรัก-สร้างแบรนด์-วางแผน-ซื้อกิจการ

"เจ้าสัวไทย" ไปตลาดโลก ใจรัก-สร้างแบรนด์-วางแผน-ซื้อกิจการ

18 กันยายน 2557

ผู้นำธุรกิจไทยต่างมองหาโอกาสลงทุนใหม่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโต ทั้งจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมถึงการไต่ไปสู่เวทีระดับโลก ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง หากตลาดในประเทศมีปัญหา

ผู้นำธุรกิจไทยต่างมองหาโอกาสลงทุนใหม่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในต่างประเทศ เพื่อสร้างการเติบโต ทั้งจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมถึงการไต่ไปสู่เวทีระดับโลก ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง หากตลาดในประเทศมีปัญหา

ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร เซ็นทรัล กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า กลยุทธ์สำคัญของธุรกิจ คือต้องสร้างสินค้าที่มีคุณภาพและแตกต่างจากคู่แข่ง ขณะนี้ถือเป็นจังหวะดีสำหรับนักธุรกิจไทยขยายตลาดอาเซียน เพราะไทยมีความพร้อมและเป็นศูนย์กลางการผลิตในอาเซียนเมื่อเทียบกับสิงคโปร์คนมีกำลังซื้อแต่ไม่มีฐานผลิต

กลยุทธ์ของเซ็นทรัล กรุ๊ป เวลานี้ มุ่งเป็นผู้นำในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม เพราะเศรษฐกิจขยายตัวสูงเหมือนไทยเมื่อ 15 ปีก่อน ขณะตลาดที่เติบโตมากเช่นยุโรป จะใช้ศูนย์การค้า ลา รีนาเซนเต อิตาลี เป็นหัวหอกขยายในยุโรป วางเป้าหมาย 5 ปี จะโตในยุโรปเท่าตัว

“ล่าสุด เซ็นทรัลเข้าซื้อกิจการ บริษัทจัดจำหน่ายเสื้อผ้าในมาเลเซีย 4 แบรนด์ ยอดขายปีละกว่า 1,000 ล้านบาท มีรูปแบบดำเนินธุรกิจเหมือนกับซีเอ็มจีในเครือเซ็นทรัล ปัจจุบันซีเอ็มจีลงทุนไป 3 ประเทศ คือ เวียดนาม จีน และมาเลเซีย วางเครือข่ายคลุมอาเซียน โดยจากนี้ไปการซื้อกิจการใหม่ต่อเนื่องถือเป็นเรื่องปกติในการทำธุรกิจ หากผู้ประกอบการรายใดต้องการโตเร็วในเวทีระดับโลก” ทศ กล่าว

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม กล่าวว่า การขยายตลาดอาเซียนถือเป็นโอกาส เพราะเป็นตลาดใหญ่ มีประชากรมากกว่า 700 ล้านคน อีกทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังสูง ส่งผลให้คนมีกำลังซื้อดี พร้อมจะจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จากนั้นผู้ประกอบการยังสามารถเชื่อมโยงการทำตลาดอาเซียนไปสู่ตลาดเอเชีย เป็นอาเซียน บวก 3 บวก 6 จนถึง บวก 9

สำหรับยุทธศาสตร์ของไทยเบฟฯ คือการเข้าซื้อกิจการ เพื่อสร้างการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งทำตลาดอาเซียน แม้บริษัทเข้าซื้อกิจการของเฟรเซอร์แอนด์นีฟ หรือเอฟแอนด์เอ็น แต่บริษัทก็ไม่มองเป็นการเข้าซื้อกิจการ แต่เป็นการเข้าไปเรียนรู้ ใช้ฐานการผลิตและระบบโลจิสติกส์ ล่าสุดใช้ฐานผลิตในมาเลเซียเป็นศูนย์กลางผลิตเครื่องดื่มในเครือไทยเบฟฯ อาทิ ชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ เปิดตลาดฮาลาล 8 ประเทศ นำร่องมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน

ขณะที่ไตรมาส 2 ปีหน้า บริษัทจะนำสินค้ากลุ่มนม น้ำผลไม้ ของเอฟแอนด์เอ็นเข้ามาทำตลาดในไทย ซึ่งที่ผ่านมาไทยเบฟฯ ขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากแมสไปสู่ระดับพรีเมียมครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายใต้กลยุทธ์พรีเมียมไมเซชั่น เช่น ไปซื้อโรงงานเหล้าที่สกอตแลนด์ 5 โรง เพื่อเรียนรู้การสร้างมูลค่า การบริหารต้นทุน โดยขณะนี้บริษัทมีเครื่องดื่มตั้งแต่ราคาขวดละ 8 บาท จนถึง 8 หมื่นบาท จากการขยายธุรกิจต่างประเทศต่อเนื่อง รวมถึงการตั้งโรงผลิตสุราในจีน กลยุทธ์ทั้งหมดจะทำให้ไทยเบฟฯ ติด 1 ใน 5 ตลาดอาเซียนได้ในปี 2563

นอกจากนี้ การเข้าไปซื้อกิจการโรงงานผลิตวิสกี้ในสก็อตแลนด์ 5 แห่ง ยังมองเห็นโอกาสการเรียนรู้การบริหารจัดการและต้นทุนต่างๆ ในกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนการซื้อกิจการในเอฟแอนด์เอ็น ได้เรียนรู้การทำงานแต่ละประเทศที่หลากหลาย มาเลเซีย หรือกระทั่ง สิงคโปร์ เพราะความท้าทายของธุรกิจคือการบริหารคน และจากการขยายธุรกิจครอบคลุมทั้งในยุโรปและอาเซียน หรือกระทั่งการมีโรงงานเหล้าจีน จะเป็นกำลังผลักดันให้ไทยเบฟฯ ก้าวเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่ม 1 ใน 5 ตลาดอาเชียน ปี 2563

ด้าน ฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารเอ็มเคสุกี้ มองว่า การทำธุรกิจในต่างประเทศเป็นโอกาสของธุรกิจของร้านอาหาร เพราะเป็นสินค้าที่ทุกคนต้องกิน ซึ่งบริษัทวางเป้าหมาย 5 ปีก้าวขึ้นเป็นอาเซียนแบรนด์ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การขยายตลาดต่างประเทศ ก้าวแรกเน้นลงทุนและขยายสาขาจำนวนไม่มาก เพื่อลดความเสี่ยงการทำธุรกิจ โดยเอ็มเคสุกี้มีสาขาต่างประเทศ 30 สาขา ในประเทศ 400 สาขา ส่วนยาโยอิ ในต่างประเทศมี 67 สาขา และภายในประเทศ 120 สาขา

กุญแจแห่งความสำเร็จสำหรับการทำธุรกิจอาหาร คุณภาพและความปลอดภัยของอาหารเป็นเรื่องสำคัญ หรืออร่อยแบบไม่มีพิษภัย ซึ่งเป็นธุรกิจต้องอดทน เพราะลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการในช่วงวันหยุดหรือเวลาพักเที่ยง การบริหารทุกธุรกิจมีอุปสรรคทั้งหมด ต้องมีทัศนคติในเชิงบวก มองอุปสรรค เป็นตัวพัฒนากระบวนความคิด และทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปข้างหน้า นอกจากนี้ต้องเรียนรู้สิ่งรอบตัวทั้งการบริหารจัดการ บัญชี เป็นต้น

จิรยุทธ ชุษณะโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ผลิตคาแรกเตอร์การ์ตูน เชลดอน กล่าวว่า จะนำคาแรกเตอร์การ์ตูนเชลดอนไปปักธงในตลาดโลกให้ได้ใน 3 ปี ปัจจุบันทำตลาดกว่า 10 ประเทศแล้ว ล่าสุดร่วมลงทุนกับผู้ผลิตภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ด สหรัฐอเมริกา งบลงทุน 2,000 ล้านบาท ทำการ์ตูนเชลดอนเป็นภาพยนตร์ และมีแผนผลิตป้อนทีวีดิจิทัล 24 ช่อง รวมไปถึงการเกิดขึ้นใหม่ของทีวีดิจิทัลอีก 24 ช่อง ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์รายการต้องการนำคาแร็คเตอร์การ์ตูนมาประกอบใช้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงสำคัญผลักดันรายได้ของบริษัทฯให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด จากปัจจุบันรายได้อยู่ระดับ 100 ล้านบาท คาดว่าจะเติบโตสู่ระดับ หมื่นล้านบาทได้ในอีก 34 ปีข้างหน้า

วุฒิชัย หาญพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท หาญโปรดัคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหาญ กล่าวว่า การรุกต่างประเทศต้องสร้างแบรนด์ วางตำแหน่งระดับบนเทียบกับอินเตอร์แบรนด์ ซึ่งปี 2558 เตรียมไปลงทุนที่จีน ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น เปิด 5 สาขาที่เมืองเซียงไฮ้ เนื่องจากเห็นศักยภาพของตลาดที่มีประชากรหนาแน่นและมีกำลังซื้อสูง โดยวางเป้าหมายในปีแรกจะมีรายได้จากจีนเป็น 10%

ขณะที่ 40% จากการส่งออกส่งไปยังกลุ่มประเทศในทวีปเอเชีย และผลักดันรายได้รวมทั้งปี 2558 เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปี 2557 ที่มีรายได้รวมหลักร้อยล้านบาท โดยปีหน้าจะขยายสาขาไปทวีปอื่นอีก 10 แห่ง แบ่งเป็นในไทย 3 แห่ง จากขณะนี้มี 50 แห่ง ในไทย 20 แห่ง ต่างประเทศ 30 แห่งขณะเดียวกันในปีหน้าคาดว่าจะสามารถขยายสาขาไปยังทวีปอื่นๆต่อไป โดยตลอดทั้งปีจะขยายสาขาต่างประเทศให้ได้ 10 แห่ง และไทยอีก 3 แห่ง จากขณะนี้ที่มีสาขาในต่างประเทศ 30 แห่งและไทย20 แห่ง

สำหรับภาพรวมธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา ตลาดต่างประเทศมีเติบโตที่โดดเด่น หรือสูงกว่า 20% ขณะที่ตลาดในประเทศค่อนข้างชะลอตัวจากที่เคยเติบโตประมาณ 15% กลับเติบโตในระดับตัวเลขหลักเดียว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาภายในประเทศช่วง 6 เดือนแรก

เหล่านี้คือการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย เพื่อชิงความเป็นผู้นำบนเวทีระดับโลก

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69