
สนช.รับหลักการกม.ความผิดบนเครื่องบิน
สนช.รับหลักการร่างพ.ร.บ.ความผิดต่อการเดินอากาศ "กล้านรงค์" ชี้ กม.เปิดช่องให้ผู้ถือระเบิดขึ้นเครื่องมีโทษแค่ปรับเงิน ประจิน เตรียมนำแก้ไข
สนช.รับหลักการร่างพ.ร.บ.ความผิดต่อการเดินอากาศ "กล้านรงค์" ชี้ กม.เปิดช่องให้ผู้ถือระเบิดขึ้นเครื่องมีโทษแค่ปรับเงิน ประจิน เตรียมนำแก้ไข
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติ 153 เสียงรับหลักการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ ในวาระที่ 1 พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อพิจารณาในรายละเอียด โดยมีสาระสำคัญ คือ การเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดในท่าอากาศยานและเครื่องบินและการเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้รักษาความปลอดภัยในอากาศยาน
นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิกสนช. กล่าวว่า ส่วนตัวมีข้อสังเกตุในมาตรา 12 เกี่ยวกับการทำอันตรายต่อบุคคลและเครื่องบินจากการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะหากกฎหมายเขียนไว้เช่นนี้จะเท่ากับว่าผู้ประกอบการสายการบินจะไม่สามารถบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น วิสกี้ เบียร์ ไวน์ ให้กับผู้โดยสารได้ ซึ่งปกติผู้ให้บริการจะจัดเครื่องดื่มดังกล่าวเอาไว้ให้กับผู้โดยสารที่เดินทางในเส้นทางการบินที่มีระยะทางไกล เช่นเดียวกับความผิดจากการกระทำที่เป็นการลามกอนาจาร เนื่องจากในกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ในรายละเอียดว่าการกระทำลักษณะใดและขนาดไหนถึงจะเข้าข่ายลามกอนาจาร เช่น การจับมือหรือถูกเนื้อต้องตัวเล็กน้อยจะถือเป็นความผิดหรือไม่
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในมาตรา 8 เรื่องการห้ามสิ่งของต้องห้ามขึ้นเครื่องบินก็จะนำมาซึ่งปัญหาในทางปฏิบัติด้วย กล่าวคือ หากเกิดกรณีมีผู้แอบนำวัตถุระเบิดซึ่งเป็นวัตถุห้ามขึ้นเครื่องบิน โดยที่ผู้นั้นไม่ได้นำระเบิดมาสร้างสถานการณ์ จะมีผลให้ถูกปรับแค่ 2 หมื่นบาทตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เท่านั้น ดังนั้น อยากให้มีแก้ไขในเนื้อหาของกฎหมายให้เกิดความรอบคอบด้วย
นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสนช. กล่าวว่า การเขียนโทษประหารชีวิตในกรณีการฆ่าผู้อื่นในสนามบินและการกำหนดโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิตและจำคุกตั้งแต่ 15 ปีในความผิดการทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งถือว่าไม่เป็นการเปิดโอกาสให้ศาลได้ใช้ดุลยพินิจในการบรรเทาให้กับผู้กระทำผิด ประกอบกับในหลายประเทศทั่วโลกได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้ว
นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการปิดสนามบิน แต่ในช่วงเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาได้เกิดกรณีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง สนามบินต่างจังหวัด โดยขณะเมื่อดำรงตำแหน่งสว.ได้มีโอกาสตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่าการปิดสนามบินมาจากการตัดสินของผู้บริหารท่าอากาศยาน จึงเห็นว่าควรเขียนกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ใช้ดุลยพินิจในอนาคตได้
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ รมว.คมนาคม ชี้แจงว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ คือ การป้องกันและสร้างความปลอดภัยให้กับท่าอากาศยานและการเดินทางโดยอากาศยานให้กับผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมจะนำข้อเสนอของสนช.ในทุกประเด็นไปปรับแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญต่อไป โดยเฉพาะเรื่องการเปิดโอกาสให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคดี







