
โค้งสุดท้ายเศรษฐกิจไทย
นับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 จนถึงวันนี้ย่างก้าวเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินตามแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทยหรือโรดแมปที่วางไว้ จนวันนี้ปัญหาเฉพาะหน้าหลายต่อหลายด้านที่ทุกท่านได้เห็นจากสื่อ ได้รับการเยียวยาแก้ไขจนสถานการณ์โดยรวมของประเทศในด้านการเมือง มีความสงบเรียบร้อย และการดำรงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชาติ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 จนถึงวันนี้ย่างก้าวเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินตามแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทยหรือโรดแมปที่วางไว้ จนวันนี้ปัญหาเฉพาะหน้าหลายต่อหลายด้านที่ทุกท่านได้เห็นจากสื่อ ได้รับการเยียวยาแก้ไขจนสถานการณ์โดยรวมของประเทศในด้านการเมือง มีความสงบเรียบร้อย และการดำรงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชาติ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
โจทย์ใหญ่ของ คสช.ในระยะต่อไปก็คงเหลือ แต่ปัญหาที่ซับซ้อนและถูกหมักหมมมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งแน่นอนว่าต้องอาศัยเวลาในการแก้ไขปัญหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป หน้าที่ของพลเมืองที่ดีอย่างเราก็คงต้องทำความเข้าใจเจตนาอันดี ให้ความร่วมมือ และให้กำลังใจ เพื่อสนับสนุนให้ปัญหาเหล่านี้หมดไปจากสังคมไทยในเร็ววัน
แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ของการเข้ามาบริการราชการแผ่นดินของ คสช. แต่สามารถสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ได้อย่างน่าประทับใจไม่ว่าจะเป็น
1) ตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาส 2 ปี 2557 เพิ่มจากไตรมาสแรกที่ 0.9% และตัวเลขจีดีพีเศรษฐกิจไทยโตขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
2) แรงกดดันเงินเฟ้อผ่อนคลายลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จาก 2.16% ในเดือน ก.ค. มาอยู่ที่ 2.09% ในเดือน ส.ค. ตามทิศทางราคาสินค้าในหมวดพลังงานและอาหารสด
3) ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมก็ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 88.4 ในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 89.7 ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และเป็นค่าดัชนีสูงสุดในรอบ 8 เดือน นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2556
4) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเองก็ไม่น้อยหน้าปรับดีขึ้นทุกรายการ และเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือน นับตั้งแต่การสำรวจเดือน พ.ค. 2549
5) ยอดขายบางภาคธุรกิจปรับเพิ่มขึ้น เช่น ภาคการผลิตและภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 3.4% และ 14% ตามลำดับ และทำให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้น เรียกได้ว่าเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นกว่าช่วงก่อนที่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองอย่างชัดเจน
สำหรับแนวโน้มในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการเติบโตแบบ “วีเชฟ” ในช่วงไตรมาส 4 จากฐานที่ค่อนข้างต่ำในปีที่ผ่านมา เมื่อได้รับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการอัดฉีดเงินจำนวนมากของรัฐบาล ก็จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้แรง
แต่เมื่อผนวกกับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ค่อนข้างต่ำในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ต้องปรับตัวเลขประมาณการจีดีพีในปีนี้ลงเหลือประมาณ 1.3% ภายใต้สมมติฐานที่ยังไม่รวมการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ แต่ถ้ารวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐด้วยแล้ว น่าจะขยายตัวได้ประมาณ 2% ส่วนปีหน้ายังคงไว้ที่ระดับเดิมคือ 4% ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมองไว้ที่ระดับ 5.5%
แม้ทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะอันใกล้จะสามารถพลิกฟื้นความหวังและเรียกคืนความเชื่อมั่น ให้กลับมาฮึดสู้กันและเร่งเครื่องอีกยกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แต่ผมเชื่อว่าเวลานี้ชั่วโมงนี้ ตัวเลขทางเศรษฐกิจอะไรก็ดูไม่ตื่นเต้นเท่ากับการรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1617 ก.ย.นี้ ซึ่งตรงกับการกำหนดการประชุม กนง. ของไทยพอดิบพอดี ตอนนี้แค่มีกระแสว่าดอกเบี้ยเฟดจะปรับขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ ก็ส่งผลให้ราคาทองคำดิ่งลงและสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นไทยและเทศตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยส่วนตัวผมมองว่า ภายใต้สถานการณ์เงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลงของไทยน่าจะเอื้อให้ กนง.ยืนอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.0% เพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของไทยในช่วงที่เหลือของปี 2557 ในทำนองเดียวกันกับอัตราดอกเบี้ยเฟด แม้วันนี้อัตราการว่างงานและเงินเฟ้อสหรัฐลดลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องต่ำกว่าระดับที่กำหนดคือ ต่ำกว่า 6% และอัตราเงินเฟ้อสูงกว่า 22.5% แต่ภายใต้เศรษฐกิจสหรัฐที่เติบโตได้ในอัตราที่เชื่องช้าเฟดย่อมต้องคงอัตราดอกเบี้ยต่ำให้อยู่ต่อไปอีกสักระยะเพื่อพยุงเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี การออกปากถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ทุกเมื่อก็เป็นสิ่งที่บ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า โลกนับต่อจากนี้กำลังกลับเข้าสู่ยุคภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย การส่งสัญญาณของเฟดในครั้งนี้นับเป็นเรื่องดีที่จะกระตุ้นให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ทั่วโลกต้องเตรียมตัวรับมือกันอีกครั้ง รวมถึงการเร่งลงมือปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศกันอย่างจริงจัง...แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยของเรากันนะครับ







