
โฆษณาดิจิทัลโต50%
อินเด็กซ์สบช่องผนึกแอลจีลุยตลาดบุกอินสโตร์ค้าปลีกไทยอาเซียน
อินเด็กซ์สบช่องผนึกแอลจีลุยตลาดบุกอินสโตร์ค้าปลีกไทยอาเซียน
อินเด็กซ์ผนึกแอลจีบุกสื่อโฆษณาดิจิทัล ณ จุดขาย รับเทรนด์สื่อโฆษณาดิจิทัลพุ่ง 50%
นายบูรพากรณ์ มุสิกสินธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บลู มีเดีย คอมมิวนิเคชั่นส์ บริษัทโฆษณาในเครืออินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ทุ่มงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เปิดธุรกิจสื่อโฆษณาดิจิทัล ณ จุดขาย หรืออินสโตร์ มีเดีย เพราะเป็นสื่อที่สร้างการจดจำในขั้นสุดท้ายและสิ่งสำคัญกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการซื้อสินค้าได้ทันที
ทั้งนี้ บริษัทเปิดตัวสื่อโฆษณา 2รูปแบบ ได้แก่ ตู้เย็นหน้าจอดิจิทัลโปร่งแสงกับดิจิทัล ไพรซ์ แท็ก จอทีวีแสดงราคาและเสนอวิดีโอโฆษณามุ่งเจาะลูกค้า 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่ม กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลเพื่อสุขภาพและความงาม และกลุ่มของใช้ภายในครัวเรือน โดยบริษัทจะเป็นผู้บริหารสร้างสรรค์เนื้อหาสาระ พร้อมวางกลยุทธ์และวางแผนช่วงเวลาให้ลูกค้า
“สื่อโฆษณาดิจิทัล ณ จุดขาย ในรูปแบบตู้เย็นหรือจอภาพ มีความโดดเด่นในการเป็นสื่อโฆษณาเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและสร้างประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค สอดรับกับสินค้าของเจ้าที่ต้องการทำแคมเปญโปรโมชั่นสร้างยอดขาย อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงต่อยอดทำซีอาร์เอ็มกับฐานลูกค้าได้ ขณะที่โฆษณาทางทีวีช่วยสร้างการรับรู้มากกว่ากระตุ้นยอดขาย เพราะพบว่าผู้บริโภคเพียง 16% ที่วางแผนการซื้อสินค้าจากบ้าน” นายบูรพากรณ์ กล่าว
ขณะที่แนวโน้มการใช้สื่อโฆษณา ณ จุดขายในปีหน้าคาดว่าจะมีอัตราเติบโต 1020% จากเม็ดเงินที่ใช้ผ่านสื่อ ณ จุดขายปีนี้ราว 2,000 ล้านบาท แม้ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาการใช้เม็ดเงินผ่านสื่อดังกล่าวจะติดลบ เพราะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ปีหน้ามีโอกาสที่จะกลับมาเติบโตยิ่งขึ้น เพราะผลวิจัยกว่า 75% ผู้บริโภคที่พบเห็นสื่อโฆษณา ณ จุดขาย จะทำให้กลุ่มผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้ทันที
นายบูรพากรณ์ กล่าวว่า การใช้สื่อโฆษณาดิจิทัลในปีหน้าคาดว่าเจ้าของสินค้าจะใช้เม็ดเงินลงโฆษณาเพิ่มจาก 30% เป็น 50% และอนาคตจะเพิ่มถึง 70% เนื่องจากเป็นสื่อที่สามารถสื่อสารได้สองทางหรืออินเทอร์แอ็กทีฟมีเดียช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้ดีกว่า ส่วนการใช้สื่อโฆษณาแบบเก่า เจ้าของสินค้าใช้ลดลงจาก 70% เป็น 50% และจะเหลือเพียง 30% เท่านั้น
ปัจจุบันมีลูกค้าทำโฆษณาตู้เย็น 200 เครื่อง และจอทีวีแสดงราคาและวิดีโอ 160 จอ อาทิ ท็อปซ์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สิ้นปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 200 เครื่อง และปีหน้าจะขยายให้ครบทุกสาขา อีกทั้งกำลังอยู่ระหว่างเจรจากลุ่มโมเดิร์นเทรดอีกหลายราย เช่น เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี เซเว่นอีเลฟเว่น
นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนเปิดธุรกิจสื่ออินสโตร์ในตลาดอินโดนีเซียและสิงคโปร์ปลายปีนี้เจาะกลุ่มลูกค้าโมเดิร์นเทรด พร้อมกับเตรียมขยายไปตลาดมาเลเซียต่อไป
สำหรับธุรกิจบลู มีเดีย ตั้งเป้ารายได้สิ้นปีนี้ 120 ล้านบาท และปีหน้าจะเพิ่มเป็น 230-300 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 150-200% พร้อมตั้งเป้าตู้เย็นจำนวน 400 เครื่อง และจอทีวีแสดงราคาและวิดีโอ 360 จอ ในปีหน้า
ด้าน นายยอนโฮ ไมเคิล เจิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้พัฒนาหน้าจอดิสเพลย์เชิงพาณิชย์ให้กับบลูมีเดีย นำร่องพัฒนาตู้เย็นหน้าจอดิจิทัลเป็นนวัตกรรมที่สร้างมิติใหม่ให้แก่สื่อโฆษณา ณ จุดขาย มีข้อดีคือเป็นสื่อที่สามารถวัดผลได้ โดยมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จ







