posttoday
คนชั้นกลางกับบ้านหลังที่ 2

คนชั้นกลางกับบ้านหลังที่ 2

12 กันยายน 2557

ปัจจุบันคนไทยรวยขึ้นมาก โดยเฉพาะคนในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการวิจัยว่าคนชั้นกลางที่มีการศึกษาดี จบมาใหม่ๆ ทำงานในกรุงเทพฯ จะมีเงินเดือนเพิ่ม 1 เท่าตัวทุก 5 ปี เช่น วิศวะจบแล้วทำงานในกรุงเทพฯ รายได้ก็ 15,000-20,000 บาท อีก 5 ปี จะมีเงินเดือนสูงขึ้น 1 เท่า เป็น 30,00040,000 บาท และอีก 5 ปี (ถ้ายังมีความสามารถ) เงินเดือนจะเป็น 60,000-80,000 บาท

ปัจจุบันคนไทยรวยขึ้นมาก โดยเฉพาะคนในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการวิจัยว่าคนชั้นกลางที่มีการศึกษาดี จบมาใหม่ๆ ทำงานในกรุงเทพฯ จะมีเงินเดือนเพิ่ม 1 เท่าตัวทุก 5 ปี เช่น วิศวะจบแล้วทำงานในกรุงเทพฯ รายได้ก็ 15,000-20,000 บาท อีก 5 ปี จะมีเงินเดือนสูงขึ้น 1 เท่า เป็น 30,00040,000 บาท และอีก 5 ปี (ถ้ายังมีความสามารถ) เงินเดือนจะเป็น 60,000-80,000 บาท

ดังนั้น พวกคนชั้นกลางมีการศึกษาดีจะมีรายได้ถึงเดือนละ 100,000 บาท ถ้าทำงานมาแล้ว 15 ปี ยิ่งพวกที่เก่งขึ้นไปอีกก็จะออกไปเป็นเถ้าแก่ SME ของตัว หรือก็ร่วมหุ้นกับเพื่อนทำธุรกิจก็จะร่ำรวยเร็วขึ้น

คนอีกกลุ่มที่มีบ้านอยู่กับพ่อแม่ในเมืองใหญ่ พอมีรายได้สูงขึ้น และยิ่งกำลังจะแต่งงาน หรือเริ่มมีครอบครัว ก็คิดจะซื้อ Condo อีกหลังจึงปรากฏว่าคนชั้นกลางทำงาน 15 ปี จะมีที่อยู่ของตนเอง ถ้ามีที่อยู่แล้วก็จะซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 มักจะซื้อเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน ถ้าไม่ซื้อก็จะเช่า Condo ในเมืองใกล้ที่ทำงาน ทั้งๆ ที่มีที่อยู่ชานเมืองหรืออาจจะมีที่อยู่ของพ่อแม่ในต่างจังหวัดอยู่แล้ว

กลุ่มคนพวกนี้จะมีบ้าน 2 หลัง เพิ่มอุปสงค์ในตลาดอีก 1 เท่าตัวจากแนวคิดเดิมที่ว่า ถ้าทุกคนมีบ้านคนละหลังกันแล้ว อุปสงค์ก็จะหมดไป บ้างสร้างก็ไม่มีคนซื้อ ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ดูตัวอย่าง สินค้าอุปโภคตัวอื่น เช่น รถยนต์ หรือ ทีวี มีกัน 1 แล้ว ก็ซื้อที่ 2 ที่ 3 อีก ทีวีในบ้านเรามีทั้งที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอน บ้านก็เช่นกัน มีหลังที่ 2 เพื่อความสะดวกพร้อมกันนั้นก็เก็บเอาไว้ลงทุนจะขายต่อ เช่าต่อได้อีกด้วย

ดังนั้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองกรุง เริ่มเห็น Demandใน Condo หลังที่ 2 ของคนชั้นกลางระดับสูงมากขึ้นทุกที ทั้งนี้ไม่ต้องคิดถึงผู้มีรายได้สูง (รายได้มากกว่า 200,000 บาท/หัว) พวกนี้จะซื้อ Condo ในเมืองอาจจะมากกว่า 1 หลัง เอาไว้อยู่ทำงาน 5 วัน เสาร์อาทิตย์ออกไปอยู่บ้านเดี่ยวชานกรุง มิหนำซ้ำพอมีเงินออมเพิ่มจากที่แบ่งไปเล่นหุ้น หรือแบ่งเงินออมมาผ่อนดาวน์ Condo อีกหลังเพื่อให้เช่า

จากการเพิ่ม Demand ของที่อยู่อาศัยเช่นนี้ จึงพบว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหุ้นเปิดขายโครงการกันภายใน 1 อาทิตย์ มีลูกค้าเป็นกลุ่ม 2 กลุ่ม ผู้ที่ซื้อ Condo ครั้งแรกขณะนี้พบว่ามีเพียง 30% ของเกือบทุกโครงการในกรุงเทพฯ Condo จึงเป็น “สินค้าขายดี” อยู่เองก็ได้ ให้เช่าก็ได้ ทั้งยังเป็นสินค้าลงทุน รองจากการเล่นหุ้นและซื้อทองอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกเลย พบว่าตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมาณโตมากเป็นพิเศษ ปีหนึ่งๆ สร้างกันประมาณ 200,000 ยูนิต (65% เป็น Condo) ทั้งประเทศก็อีกประมาณ 200,000 ยูนิต แต่ต่างจังหวัดนั้น Condo มีแค่ 15% เท่านั้น

จากอดีตที่ผ่านมา 20 ปี รายได้คนไทยดีขึ้นมากภาคเกษตรก็ดีภาคเกษตรย้ายเข้ามาในภาคอุตสาหกรรมรายได้ดีเป็น 2 เท่า ทั้งๆ ที่อยู่ในภาคแรงงาน แต่ถ้าย้ายเข้ามาอยู่ในภาคบริการ ทำงาน Bank เป็นสถาปนิก วิศวกร นักการตลาด รายได้จะเพิ่ม 1 เท่าตัว ทุก 5 ปีเป็นแน่ ปัจจุบันคนชั้นกลางมีการศึกษาดีต่างก็ย้ายเข้าเมืองใหญ่กันทั้งนั้น กรุงเทพฯ ถึงได้มีปัญหามากมาย แก้ไขปัญหาไม่ทันการณ์ ถ้าย้ายออกไปสักครึ่งเหมือนช่วงวันหยุดสงกรานต์ กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์ของเราคงจะน่าอยู่กว่านี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ