
ธุรกิจไทยเร่งปรับตัวเพิ่มศักยภาพแข่งขันรับเออีซี
ในอีก 7 ปีข้างหน้า ไทยวางเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นอันดับที่ 19 ของประเทศที่มีขีดความสามารถการแข่งขันจาก 60 ประเทศทั่วโลก หลังจากที่ในปี 2557 สถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศ (International Institute for Management Development) หรือไอเอ็มดี ได้จัดอันดับให้ไทยรั้งที่ 29 ซึ่งในงานสัมมนางาน “Thailand Competitiveness Conference 2014” จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศ 6 กูรูจากหลากหลายวงการ ได้แนะการเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจไทย มุ่งสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
ในอีก 7 ปีข้างหน้า ไทยวางเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นอันดับที่ 19 ของประเทศที่มีขีดความสามารถการแข่งขันจาก 60 ประเทศทั่วโลก หลังจากที่ในปี 2557 สถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศ (International Institute for Management Development) หรือไอเอ็มดี ได้จัดอันดับให้ไทยรั้งที่ 29 ซึ่งในงานสัมมนางาน “Thailand Competitiveness Conference 2014” จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศ 6 กูรูจากหลากหลายวงการ ได้แนะการเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจไทย มุ่งสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้
อาร์ทูโร บริส ผู้อำนวยการไอเอ็มดี เปิดเผยว่า การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสูตรของความสำเร็จของประเทศ มีด้วย 4 ด้าน คือ 1.ภาคเอกชนต้องเป็นผู้มีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และรัฐบาลเป็นเพียงหน่วยงานที่สนับสนุนหรือส่งเสริมเท่านั้น 2.บทบาทการส่งออกจะต้องสร้างงานให้กับประชากรภายในประเทศ แม้ว่าธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวของไทยจะโดดเด่น แต่เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับคนในประเทศ
ด้านที่ 3.ประเทศที่จะเพิ่มขีดความสามารถต้องพัฒนาสถาบันขึ้นมาเอง การนำโมเดลของต่างประเทศมาทำให้ไม่สามารถสร้างความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ และ 4.ต้องขจัดความเหลื่อมล้ำระหว่างรายได้ภายในประเทศ
“กุญแจการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ต้องกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน การปฏิรูปโครงสร้างต่างๆ ต้องมองถึงระยะยาว สร้างจุดแข็งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ หลายประเทศไปโฟกัสที่การเติบโตเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดขีดความสามารถการแข่งขันได้เสมอไปเช่น จีน กับบราซิล ประเทศที่มีขีดความสามารถการแข่งขันที่ดี คือ สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์ เพราะให้ความสำคัญระบบการศึกษา” บริส กล่าว
ขณะที่ แอนนี่ฟรอง บอรเกียด ปิเอราซิ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสไอเอ็มดี กล่าวว่า อาเซียน 10 ประเทศ มีจุดด้อยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศแทบทั้งสิ้น แต่ไทยยังมีความแข็งแกร่งการส่งออกติดอันดับ 13 และอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อันดับ 4 ส่วนเรื่องที่รั้งอันดับท้าย คือ ระบบการศึกษา กรอบสังคม
ปัญหาที่ไทยเผชิญในขณะนี้ การเข้าศึกษาระดับมัธยมมีอัตราที่ต่ำ ทักษะภาษาอังกฤษไม่สูง และสิ่งสำคัญผลจากการเมืองไทยขาดเสถียรภาพ ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศที่มี ความเสี่ยงการลงทุนติดอันดับ 42
สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ กล่าวว่า จุดอ่อนสินค้าไทยขณะนี้ คือ ขาดการสร้างแบรนด์ ภาคเอกชนต้องให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการส่งออก ส่วนโอกาสทางธุรกิจไทย ควรเดินหน้าขยายการค้าระหว่างชายแดน เพราะเป็นตลาดที่ขยายตัวสูงมาก
ขณะเดียวกัน ต้องสนับสนุนนักธุรกิจลงทุนต่างประเทศ เพิ่มขึ้น โดยฉกฉวยโอกาสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่กำลังจะเปิดขึ้น ถือว่าเป็นตลาดใหญ่มากมีประชากรร่วม 600 ล้านคน เนื่องจากมองว่าไทยมีความได้เปรียบทางการแข่งขันมากที่สุด อีกทั้งการลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน ยังมีความเสี่ยงต่ำ โดยไทยควรใช้ความโดดเด่นธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แฟชั่น รถยนต์ สร้างการเติบโต ส่วนเอสเอ็มอีต้องส่งเสริมให้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า
เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานของไทยยังไม่ดีพอ โดยเฉพาะระบบโลจิสติกส์ หากต้นทุนขนส่งจากรถบรรทุกยังมีสัดส่วนสูงถึง 7% มีผลต่อขีดความสามารถการแข่งไทยลดลง
สำหรับการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน องค์กร ต้องลดขั้นตอนการทำงาน เพื่อตัดสินใจเร็วยิ่งขึ้น พร้อมกับวางกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มีนวัตกรรม ซึ่งถือว่าไทยมีจุดอ่อนอยู่มาก
ด้าน อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ กล่าวว่า ในปี 2559 ธุรกิจของบริษัทจะมีพนักงานต่างชาติร่วม 4,000 คน และจากนั้น 3 ปี จะเหลือพนักงานคนไทย 20% เพราะเชื่อว่าการเป็นบริษัทในระดับภูมิภาคอาเซียน ต้องมีผู้นำและพนักงานหลากหลายเชื้อชาติ พร้อมรับเออีซี
ลักขณา ลีละยุทธโยธิน กรรมการ บริษัท เซเรบอส กล่าวว่า ภาครัฐและการสร้างผู้นำเพื่อรองรับกับตลาดอาเซียน ต้องเลือกระหว่างการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรมีข้อดีที่เรียนรู้งานได้เร็ว แต่ไม่เห็นสิ่งใหม่ ส่วนผู้นำจากภายนอกประเทศเสียเวลาเรียนรู้งาน แต่รู้ถึงวัฒนธรรมของประเทศดี
หากยังไม่สามารถปิดจุดอ่อนเพิ่มจุดแข็งในการแข่งขันได้ ธุรกิจไทยก็เสี่ยงที่จะกลายเป็นผู้แพ้ในตลาดอาเซียนได้ไม่ยาก







