posttoday
อาคเนย์ส่งเบี้ยสุขภาพใหม่ดันยอดท้ายปี

อาคเนย์ส่งเบี้ยสุขภาพใหม่ดันยอดท้ายปี

12 กันยายน 2557

อาคเนย์ประกันชีวิต เจาะเบี้ยสุขภาพ ส่งแบบประกันใหม่ ไม่เคลมคืนเงิน

อาคเนย์ประกันชีวิต เจาะเบี้ยสุขภาพ ส่งแบบประกันใหม่ ไม่เคลมคืนเงิน

นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ประธานกรรมการบริหาร อาคเนย์ กลุ่มธุรกิจประกันและการเงิน เปิดเผยว่า บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต ได้เปิดตัวแบบประกันชีวิตสำเร็จรูประยะสั้นตัวใหม่ “อาคเนย์ ไอพีดี เพย์แบ็ค” เพื่อขยายตลาดประกันสุขภาพในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณีสูงสุด 3 แสนบาท และเงินชดเชยรายได้กรณีต้องเข้านอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเริ่มตั้งแต่วันละ 500-3,000 บาท ต่อเนื่องสูงสุดถึง 700 วัน ค่าเบี้ยเริ่มต้นวันละ 7 บาท และหากไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมตลอด 3 ปี จะได้รับเบี้ยประกันปีสุดท้ายคืน

สำหรับแบบประกันดังกล่าว จะมีจุดเด่นอยู่ที่การให้เงินชดเชยรายได้เมื่อต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือรับเบี้ยประกันปีสุดท้ายคืนหากไม่มีเคลมตลอด 3 ปี

“อาคเนย์ ไอพีดี เพย์แบ็ค พัฒนามาจากความต้องการของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน จึงเกิดความกังวลว่าหากเจ็บป่วยต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้วจะสูญเสียรายได้เพราะต้องหยุดงาน ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าเบี้ยที่จ่ายไปจะสูญเปล่าหากไม่เจ็บป่วย ด้วยเหตุนี้อาคเนย์ ไอพีดี เพย์แบ็ค จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการอย่างครอบคลุมและมีให้เลือกตามความต้องการสูงถึง 6 แผน” นายโชติพัฒน์ กล่าว

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทได้เร่งดำเนินการตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เรื่องบันทึกสลักหลังขยายความคุ้มครองผลประโยชน์ค่าชดเชยรายวัน กรณีผู้ป่วยในที่ไม่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล (Day Case) ทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองมากขึ้น ในขณะที่จ่ายเบี้ยประกันภัยเท่าเดิม ซึ่งเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้การตรวจรักษาบางประเภทไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในที่ต้องอยู่ในโรงพยาบาลอีกต่อไป เช่น การตัดก้อนเนื้อที่เต้านม การผ่าตัดต้อกระจก

บริษัทจึงเร่งดำเนินการตาม คปภ. ด้วยการมอบผลประโยชน์ค่าชดเชยรายวันเป็นจำนวน 1 วันให้กับผู้เอาประกันภัยที่ต้องผ่าตัดหรือหัตถการในฐานะผู้ป่วยใน แต่ไม่ได้เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจำนวน 18 รายการ เช่น การตัดก้อนเนื้อที่เต้านมการผ่าตัดต้อกระจกการผ่าตัดโดยการส่องกล้องการเจาะไขกระดูกการสลายนิ่วการขูดมดลูก

นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า เบี้ยประกันชีวิตรับรวม ณ สิ้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 293,586 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.9% โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ 104,445 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 19.6% และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป 189,141 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 15.5% โดยมีอัตราความคงอยู่ 87%

นายโชติพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากอาคเนย์ ไอพีดี เพย์แบ็คจะเหมาะกับกลุ่มเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระแล้ว ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีสวัสดิการประกันสุขภาพอยู่แล้วแต่วงเงินการจ่ายค่ารักษาไม่เพียงพอ สามารถนำเงินชดเชยรายได้ที่ได้จากความคุ้มครองของอาคเนย์ ไอพีดี เพย์แบ็ค ไปช่วยในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาได้ เพราะอาคเนย์ ไอพีดี เพย์แบ็ค จ่ายเคลมสินไหมได้ทันทีตามเงื่อนไขโดยไม่ต้องพิจารณาว่ามีแบบประกันอื่นคุ้มครองด้วยหรือไม่ ช่วยลดภาระทางการเงินเมื่อต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้อย่างคุ้มค่า”

อาคเนย์ ไอพีดี เพย์แบ็ค มีอายุกรมธรรม์ 3 ปี จ่ายเบี้ยทุกปี รับประกันตั้งแต่อายุ 1660 ปี ไม่ต้องตรวจสุขภาพ โดยมีแผนความคุ้มครองให้เลือกถึง 6 แบบ คุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณีสูงสุด 300,000 บาท และเงินชดเชยรายได้กรณีต้องเข้านอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเริ่มตั้งแต่วันละ 5003,000 บาท ต่อเนื่องสูงสุดถึง 700 วัน เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงวันละ 7 บาท และหากไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมตลอด 3 ปี จะได้รับเบี้ยประกันปีสุดท้ายคืน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ดูแลลูกค้า บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โทร. 1726

เบี้ยประกันชีวิตรับสิ้นเดือนกรกฎาคม ปี 57 เติบโตต่อเนื่อง 16.93 %


เบี้ยประกันชีวิตรับรวม ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ทั้งสิ้น 293,586.79 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 16.93 โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่จำนวน 104,445.67 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.60 และเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปจำนวน 189,141.12 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.50 โดยมีอัตราความคงอยู่ร้อยละ 87

นางบุษรา อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในการพิจารณาข้อมูลสถิติของธุรกิจประกันชีวิต สมาคมจะพิจารณาแยกเป็น 2 กรณี คือ ประการแรกจะพิจารณาถึงขนาดของบริษัท โดยจะพิจารณาถึงการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรวม ซึ่งหมายถึงเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ (New Business Premium) รวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไป (Renewal Premium) โดยจะมีการพิจารณาถึงอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ประกันชีวิตประกอบด้วย และประการที่สอง จะพิจารณาถึงการขยายงานของบริษัท จะพิจารณาจากการเติบโตเฉพาะเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่เพียงอย่างเดียว ซึ่งเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่หมายถึง เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก (First Year Premium) รวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว (Single Premium)

สถิติเบี้ยประกันชีวิตรับสิ้นเดือนกรกฎาคมของปี 2557 ซึ่งสมาคมประกันชีวิตไทยได้รวบรวมจากบริษัทประกันชีวิตทุกบริษัท มีดังนี้

1. เบี้ยประกันชีวิตรับรวม มกราคมกรกฎาคม 2557 มีทั้งสิ้น 293,586.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 16.93 บริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมสูงสุด หรือมีขนาดใหญ่สูงสุด 5 อันดับแรก คือ

อันดับที่ 1 บจ.เอ.ไอ.เอ. จำนวน 62,371.80 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 21.24

อันดับที่ 2 บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต จำนวน 44,858.99 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 15.28

อันดับที่ 3 บมจ.กรุงเทพประกันชีวิตจำนวน 39,226.93 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 13.36

อันดับที่ 4 บมจ.ไทยประกันชีวิต จำนวน 34,835.71 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 11.87

อันดับที่ 5 บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำนวน 28,196.00 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 9.60

รวม 5 อันดับแรก ครองสัดส่วนการตลาดร้อยละ 71.35 และอีก 19 บริษัทที่เหลือครองสัดส่วนการตลาดร้อยละ 28.65

2. เบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ มกราคมกรกฎาคม 2557 จะพิจารณาจากจำนวนเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกรวมกับเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว เดือนมกราคมกรกฎาคม 2557 มีทั้งสิ้น 104,445.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 19.60 บริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่สูงสุด หรือมีการขยายงานสูงสุด 5 อันดับแรก คือ

อันดับที่ 1 บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต จำนวน 21,856.97 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 20.93

อันดับที่ 2 บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต จำนวน 17,021.29 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 16.30

อันดับที่ 3 บจ.เอ.ไอ.เอ. จำนวน 14,408.58 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 13.80

อันดับที่ 4 บมจ.กรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต จำนวน 11,358.88 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 10.88

อันดับที่ 5 บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำนวน 10,871.51 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดร้อยละ 10.41

ผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปที่มีจำนวน 189,141.12 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.50 โดยมีอัตราความคงอยู่ร้อยละ 87 ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี แสดงให้เห็นถึงผู้เอาประกันชีวิตเห็นความสำคัญของการประกันชีวิตเป็นอย่างดี อีกทั้งบริษัทประกันชีวิตแต่ละบริษัทได้มีการพัฒนาแบบของผลิตภัณฑ์ออกมาแข่งขันกันอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด ส่งผลให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างมั่นคง สมาคมจึงขอให้ผู้เอาประกันชีวิตที่ถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว ชำระเบี้ยประกันชีวิตตามกำหนดเวลาจนกระทั่งครบสัญญา อย่ายกเลิกการชำระเบี้ยประกันชีวิตก่อนเวลาที่สัญญากำหนด มิฉะนั้นจะทำให้เกิดผลเสีย คือ ผู้เอาประกันชีวิตจะได้รับเงินคืนน้อยกว่าเบี้ยประกันชีวิตที่ได้จ่ายไป และหากจะทำสัญญาประกันชีวิตฉบับใหม่จะต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิตแพงขึ้น เพราะการทำประกันชีวิตนั้น ถ้าผู้เอาประกันชีวิตมีอายุสูงขึ้นในวันทำสัญญาจะต้องจ่ายเบี้ยประกันชีวิตแพงขึ้นกว่าเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค