posttoday
โอกาสการลงทุนทองคำในระยะสั้น

โอกาสการลงทุนทองคำในระยะสั้น

11 กันยายน 2557

หลังจากผ่านยุค “ตื่นทอง” ในการลงทุนไปเมื่อช่วง 45 ปีที่แล้ว ทองคำกลับแทบจะสิ้นมนต์ขลัง และขาดความสนใจจากนักลงทุนไปในปีที่ผ่านมา

หลังจากผ่านยุค “ตื่นทอง” ในการลงทุนไปเมื่อช่วง 45 ปีที่แล้ว ทองคำกลับแทบจะสิ้นมนต์ขลัง และขาดความสนใจจากนักลงทุนไปในปีที่ผ่านมา

เมื่อราคาปรับตัวลงไปกว่า 30% และถึงแม้ว่าในปีนี้ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นมาบ้าง แต่นักลงทุนกลับยังไม่ตอบรับเท่าที่ควร ดังจะเห็นได้จากขนาดของกองทุนที่มีการลงทุนในทองคำทั้งในและต่างประเทศ ต่างก็ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

เมื่อมองในแง่ปัจจัยพื้นฐาน ก็ต้องยอมรับว่า ปัจจัยการลงทุน ณ ปัจจุบัน ยังไม่เอื้อต่อราคาทองคำเท่าที่ควร โดยเฉพาะในเรื่องของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการปรับลดมาตรการ QE ของสหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำ รวมไปถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของโลกที่ยังคงสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะยังไม่ใช่ในอัตราที่สูงมากนัก แต่ก็ทำให้ความน่าสนใจของทองคำลดลง เนื่องจากผู้ลงทุนหันไปสนใจในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ซึ่งมีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนดีกว่าในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัว นอกจากนี้เศรษฐกิจโลกที่กำลังขยายตัวนั้น ยังคงเป็นลักษณะการขยายตัวในแบบช้าๆ และยังไม่ได้ก่อให้เกิดความกังวลต่อเงินเฟ้อนัก ดังจะเห็นได้จากประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อาทิ สหรัฐ ยุโรป จีน หรือญี่ปุ่นเอง ก็ยังคงมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่จะส่งผลบวกต่อราคาทองคำ จึงยังไม่ได้มีวี่แววว่าจะเห็นในทิศทางขาขึ้นเร็วๆ นี้

แม้จะดูเหมือนว่า การลงทุนในทองคำในระยะยาวจะยังไม่น่าสนใจจากปัจจัยต่างๆ ข้างต้น แต่อย่างไรก็ดี ก็ใช่ว่านักลงทุนจะมองข้ามทองคำไปได้ เพราะยังมีโอกาสทำกำไรแฝงอยู่ในระยะสั้นๆ ทั้งนี้จากข้อมูลในอดีตตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พบว่าราคาทองคำดูจะมีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างจะพิเศษในเดือน ก.ย.ของทุกปี

นั่นคือ เป็นเดือนที่มีราคาทองคำปรับตัวขึ้นสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนอื่นๆ ของปี คือปรับตัวขึ้นเฉลี่ยประมาณ 3.3%

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาทองคำในช่วงปลายไตรมาส 3 นี้ น่าจะมาจากการที่ชาวอินเดีย ผู้ซึ่งบริโภคทองคำมากเป็นอันดับ 2 ของโลก จะมีช่วงเทศกาลที่สำคัญทางศาสนาต่อเนื่องในช่วงตั้งแต่เดือน ก.ค. จนถึงเดือน ต.ค. เช่น เทศกาลบูชาพระพิฆเนศ เทศกาลเก็บเกี่ยวพืชผล หรือเทศกาลนวราตรี (บูชาพระแม่ทุรคา) เป็นต้น ซึ่งจะมีการมอบทองคำเป็นของขวัญให้แก่กัน รวมไปถึงการเข้าสู่เทศกาลที่คนอินเดียนิยมแต่งงานกันในเดือน ก.ย. ซึ่งตามธรรมเนียมก็จะใช้ทองคำ ไม่ว่าจะเป็นทองแท่ง หรือทองรูปพรรณ มาใช้เป็นของหมั้น หรือของขวัญแต่งงาน รวมถึงใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งชุดเจ้าสาว ซึ่งส่งผลให้ความต้องการทองคำในฐานะเครื่องประดับจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และส่งผลบวกต่อราคาทองคำด้วย โดยผู้ค้าทองและร้านค้าของอินเดียจะเริ่มทำการสต๊อกทองคำในช่วงต้นเดือน ก.ย. จึงส่งผลให้แนวโน้มราคาทองคำโดยทั่วไปจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในตั้งแต่เดือน ก.ย. ถึงต้นเดือน ต.ค.

นอกเหนือไปจากเดือน ก.ย.แล้ว อีกเดือนที่น่าสนใจคือ เดือน พ.ย. ซึ่งจะเป็นช่วงที่ชาวจีนซึ่งปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริโภคทองคำมากเป็นอันดับ 1 ของโลกแทนอินเดีย จะเริ่มมีการสะสมและซื้อหาทองคำ เพื่อเตรียมสำหรับเทศกาลตรุษจีนในเดือน ม.ค. หรือ ก.พ. จึงทำให้ราคาทองคำในช่วงเดือน พ.ย. ปรับตัวขึ้นเช่นเดียวกัน

จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงเห็นได้ว่า แม้ปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ คือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่า หรืออัตราเงินเฟ้อที่จะปรับตัวขึ้น น่าจะยังไม่เห็นในช่วงอันใกล้นี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า โอกาสในการลงทุนในทองคำจะหายไปไหน เพียงแต่แทนที่จะเป็นการถือเพื่อลงทุนระยะยาว และทิ้งไว้เพื่อรอราคาปรับตัวขึ้น ก็จะเปลี่ยนมาเป็นการเล่นรอบเพื่อจับจังหวะราคาขึ้นในระยะสั้น ซึ่งในส่วนของ บลจ.กสิกรไทย มองว่า ระดับราคาทองคำในปีนี้ น่าจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 1,2501,350 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ โดยผู้ลงทุนอาจรอจังหวะราคาเข้าใกล้ช่วง 1,270 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ เพื่อเข้าซื้อและขายเมื่อราคาวิ่งเข้าใกล้ 1,340 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือมีโอกาสทำกำไรในระยะสั้น

อย่างไรก็ดี ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องคำนึงถึงก็คือ การที่สหรัฐยังคงเดินหน้าปรับลดมาตรการ QE ลงอย่างต่อเนื่อง และน่าจะสิ้นสุดลงในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังมีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะกดดันต่อราคาทองคำ และอาจจะหักล้างกับความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้นจากอินเดีย และทำให้ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวขึ้นตามที่คาดไว้ก็เป็นได้

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องความไม่สงบทางการเมือง อาทิ สถานการณ์ในยูเครน หรือตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาในช่วงที่ผ่านมานั้น หากมีความคลี่คลายลง ก็อาจจะกดดันราคาทองคำลงมาได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ที่จะลงทุนทองคำในช่วงสั้นเพื่อหวังทำกำไร จึงควรจะเป็นผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง รวมถึงมีเวลาที่จะติดตามข่าวสารและสถานการณ์ในตลาดโลก รวมถึงราคาทองคำอย่างใกล้ชิด n

ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ย. 2557

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลหนังสือชี้ชวน และคู่มือภาษีก่อนการตัดสินใจลงทุน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ