posttoday
ล่ำสูงเล็งซื้อกิจการอาหาร

ล่ำสูงเล็งซื้อกิจการอาหาร

11 กันยายน 2557

กระจายความเสี่ยงจากน้ำมันปาล์มระบุยากต่อการควบคุม

กระจายความเสี่ยงจากน้ำมันปาล์มระบุยากต่อการควบคุม

“LST เล็งหาซื้อกิจการธุรกิจอาหารเข้ามาเสริม ลดสัดส่วนรายได้ธุรกิจหลักผลิตและขายน้ำมันปาล์ม”

น.ส.อัญชลี สืบจันทศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม น้ำมันพืช ไขมันพืชผสม และเนยเทียม เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการหาซื้อกิจการธุรกิจอาหารเข้ามาเช่นเดียวที่บริษัทได้เข้าไปซื้อกิจการบริษัท ยูเอฟซี ซึ่งเป็นผู้ผลิตผักและผลไม้แช่แข็งหรือบรรจุกระป๋อง น้ำผลไม้ กาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ มาเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา เพราะบริษัทต้องการลดสัดส่วนรายได้ที่ปัจจุบันมาจากธุรกิจคือ ผลิตและขายน้ำมันปาล์มถึง 60-70%

ทั้งนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่ยากต่อการควบคุมมาก เพราะนโยบายภาครัฐไม่สามารถตอบสนองต่อภาวะการแข่งขันของเอกชนได้ โดยเฉพาะการอนุมัติให้นำเข้าผลผลิตปาล์มดิบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบเข้ามาได้ทันต่อสถานการณ์เมื่อปาล์มขาดแคลน เหมือนตอนไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทขาดแคลนวัตถุดิบ แต่ทางการไม่อนุมัติให้นำเข้าส่งผลให้บริษัทขาดทุน 12 ล้านบาท จากไตรมาสแรกปี 2556 บริษัทมีกำไร 100 ล้านบาท

“เหตุที่มองธุรกิจอาหารเพิ่มเพราะเชื่อว่าธุรกิจอาหารเป็นสิ่งที่มีอนาคตที่มีแต่จะมีการเติบโตสูง เพราะคนต้องกินต้องใช้ ที่ผ่านมาบริษัทเพิ่งมีการเจรจาการซื้อกิจการไป 1 แห่ง แต่ต้องยกเลิกไปเพราะไม่ลงตัว เพราะสิ่งที่บริษัทต้องการเพราะต้องสามารถให้อัตราการทำกำไรที่สูงสุด”

ทั้งนี้ ช่วงที่บริษัทซื้อ UFC ได้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ไออาร์อาร์) เพียงตัวเลขไม่ถึง 10% ขณะที่ปัจจุบันการเติบโตของรายได้ UFC 20% ต่อปี เนื่องจากการผลิตเครื่องดื่มส่วนใหญ่เป็นน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มจากวัตถุดิบไม่ผสมสารอื่น

สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจในอนาคตบริษัทก็จะพยายามเพิ่มสัดส่วนธุรกิจน้ำมันเกรดสูง (พรีเมียม) เพิ่มขึ้น รวมถึงผลิตอื่นๆ เข้ามาเพิ่มหลักจากที่ทำมาต่อเนื่อง 23 ปี พร้อมกับมีการปรับปรุงแพ็กเกจและปรับปรุงเครื่องจักรเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อลดการสูญเสียขั้นตอนการผลิต เพื่อให้ต้นทุนในการผลิตสามารถสร้างผลกำไรได้มากขึ้น

น.ส.อัญชลี กล่าวว่า ผลประกอบการบริษัทปี 2557 ต้องยอมรับกำไรสุทธิปีนี้น้อยกว่าที่ประเมินไว้ หรือกำไรสุทธิหายไป 100 ล้านบาท จากไตรมาสแรกเพราะขาดแคลนวัตถุดิบเป็นหลักจนทำให้บริษัทขาดทุน

ขณะที่ช่วงที่เหลือของปีนี้เชื่อว่า ราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวแบบกรอบแคบและมีทิศทางอ่อนตัว เพราะราคาปาล์มมีการอ่อนตัว ซึ่งปัจจุบันราคาอ่อนตัวที่สุดในรอบ 5 ปี และทางมอร์แกนสแตนเลย์ประเมินว่าราคาน้ำมันปาล์มจะเริ่มกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 4

ทั้งนี้ ช่วงที่เหลือปีนี้สต๊อกน้ำมันปาล์มในประเทศยังอยู่ในระดับสูงที่ 3 แสนตัน เพราะไม่สามารถส่งออกเนื่องจากราคาในประเทศสูงกว่าราคาน้ำมันปาล์มมาเลเซียต่ำมาก ทำให้ในประเทศไม่เจอภาวะขาดแคลนน้ำมันปาล์มแน่ แม้สิ้นปีปริมาณปาล์มจะน้อยลงเพราะไม่ใช่ฤดูกาล อีกทั้งเชื่อว่าการเกิดภาวะแห้งแล้งเอลนินโญมีโอกาสน้อยลง

อย่างไรก็ดี ช่วงที่เหลือปีนี้ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับราคาน้ำมันปาล์มมากที่สุด ราคาที่มาเลเซียซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 20 บาท ว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้เมื่อไร หลังจากที่ทางการมาเลเซียมีมาตรการลดภาษีการส่งออกทันที 0% ในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ จากเดิมอยู่ที่ 4.5% เมื่อเห็นสต๊อกสูงถึง 2 ล้านตัน

ทั้งนี้ เพื่อต้องการไม่ให้สินค้าล้นตลาดและระบายสต๊อกปาล์มออกไป 6 แสนตัน และรักษาระดับสต๊อกให้อยู่ที่ 1.6 ล้านตันเท่านั้น เพราะไม่ต้องการให้มีแรงกดดันด้านราคาตอนสิ้นปีกับของมาเลเซีย

“การทำธุรกิจนี้จะไม่ได้เห็นราคาปาล์มสูงไประดับจากที่เคยเห็นกว่า 20 บาท เนื่องจากมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องมาก ทั้งผู้ผลิตที่เพิ่มขึ้น ภาวะดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนไปและนโยบายรัฐบาลไทยที่ไม่เอื้อต่อการแข่งขัน”

ล่าสุด คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เรียกหน่วยงานสมาคมผู้ผลิตมันสำปะหลัง อ้อย ปาล์ม ยางไป เพื่อวางหลักยุทธศาสตร์ การเตรียมผลผลิตสำหรับอนาคตว่าอีก 10 ปีข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69