posttoday
การปฏิบัติหน้าที่เกินสมควรแก่เหตุ

การปฏิบัติหน้าที่เกินสมควรแก่เหตุ

10 กันยายน 2557

ปัญหา (เหยียด) ผิวสีในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวปฏิบัติหน้าที่เกินสมควรแก่เหตุกระทำต่อคนผิวสีมีปรากฏตามสื่อต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง และเป็นที่มาของการจลาจลหลายต่อหลายครั้ง

ปัญหา (เหยียด) ผิวสีในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวปฏิบัติหน้าที่เกินสมควรแก่เหตุกระทำต่อคนผิวสีมีปรากฏตามสื่อต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง และเป็นที่มาของการจลาจลหลายต่อหลายครั้ง

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2557 เกิดเหตุการณ์ตำรวจผิวขาวยิง ไมเคิล บราวน์ วัยรุ่นผิวสีไร้อาวุธ เสียชีวิตกลางถนน ในเมืองเฟอร์กูสัน เขตปกครองเซนต์หลุยส์เคาน์ตี้ รัฐมิสซูรีของสหรัฐอเมริกา

บราวน์ถูกตำรวจเรียกให้หยุดขณะที่กำลังเดินอยู่กลางถนน เพราะทำผิดกฎจราจร แต่กลับวิ่งหนี ตำรวจลงจากรถและดึงตัวกลับมา แต่เกิดการขัดขืน ตำรวจจึงยิงปืนใส่บราวน์ ทำให้เขาเสียชีวิตทันที ทั้งๆ ที่ได้ยกมือขึ้นเพื่อแสดงว่าไม่มีอาวุธใด

ตำรวจบางนายกลับให้สัมภาษณ์ว่า บราวน์เป็นผู้ต้องสงสัยว่าพยายามขโมยบุหรี่จากร้านสะดวกซื้อ และได้แย่งปืนพร้อมกับทำร้ายตำรวจ ยิ่งทำให้คนผิวสีมองว่าตำรวจใส่ร้ายป้ายสี

10 วันต่อมา เกิดเหตุตำรวจเซนต์หลุยส์เคาน์ตี้ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุพบเห็นชายหนุ่มเชื้อสายแอฟริกันอายุ 2-3 ปีถือมีด ท้าทายบอกให้ยิง ชายหนุ่มเดินตรงเข้าหาตำรวจจนอยู่ในระยะสามถึงสี่ฟุต ตำรวจสองนายจึงยิงใส่หลายนัด ทำให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตทันที

ทั้งเหตุการณ์การจลาจลที่มีอยู่ก่อนหน้านี้กลับทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จนต้องมีการประกาศเคอร์ฟิว

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่า ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ เพราะข้อหาเพียงเล็กน้อย เฟอร์กูสันเป็นเมืองที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกันอเมริกัน ทำให้คนส่วนมากมุ่งประเด็นไปที่ “การเลือกปฏิบัติ” และ “ปฏิบัติหน้าที่เกินสมควรแก่เหตุ”

การปฏิบัติหน้าที่เกินสมควรแก่เหตุของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีให้เห็นที่ประเทศไทยเช่นกัน แต่ก็ยังดีที่ระดับความรุนแรงยังไม่เท่าสหรัฐอเมริกา

การปฏิบัติหน้าที่เกินสมควรแก่เหตุ บางครั้งอาจเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ เช่น กรณีของนิสิตหญิงจุฬาคณะนิติศาสตร์ที่กำลังขับรถไปมหาวิทยาลัยระหว่างรอเลี้ยวรถได้มีชายฉกรรจ์ 4 คน เดินลงมาจากรถกระบะและยืนล้อมรถไว้ทั้ง 4 ประตู หนึ่งในชายฉกรรจ์ได้เคาะกระจกและบังคับให้ลงจากรถ โดยไม่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ นิสิตหญิงไม่ยอมลงและพยายามถอยรถหนี จึงถูกยิงสกัดที่ล้อรถ ซึ่งทราบในเวลาต่อมาว่าเป็นการกระทำของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ โดยเข้าใจผิดว่าเป็นรถของผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด

ตัวอย่างนี้เห็นได้ชัดว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เกินสมควรแก่เหตุ เพราะผู้หญิงแทบทุกคน หากอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นคงจะไม่กล้าลงจากรถ ที่มีชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืนยืนล้อมรอบรถหลายคน และก็อาจไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจจริง หรือปลอม

ทั้งการปฏิบัติหน้าที่และการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ถือว่ามีความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ”

ไม่ใช่แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะอยู่ในบังคับมาตรานี้ แต่ยังครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่นด้วย เช่น นายอำเภอ เจ้าพนักงานที่ดิน และไม่ใช่แต่เพียงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ก็มีความผิดเช่นกัน เช่น ตำรวจจับคนนำพลอยหนีภาษีได้ แต่ไม่นำส่งดำเนินคดี กลับเก็บพลอยไว้เอง เป็นการปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ข่าวการจับผิดตัว ค้นผิดบ้าน มีปรากฏให้เห็นตามสื่อต่างๆ หลายต่อหลายครั้ง แต่ละเหตุการณ์มักเกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ใช้ความรอบคอบก่อนลงมือปฏิบัติหน้าที่

ประชาชนทั่วไปคงต้องการให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ยึดหลัก ระเบียบ กฎเกณฑ์ คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์เป็นอันดับแรก ไม่ใช่ให้ประชาชนต้องมารู้สึกหวาดระแวง เกรงกลัวว่าวันดีคืนดีอาจต้องรับอันตรายจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียเอง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ