posttoday
เจเคเอ็นจัดทัพคอนเทนต์ปักธงฮับภูมิภาคอาเซียน

เจเคเอ็นจัดทัพคอนเทนต์ปักธงฮับภูมิภาคอาเซียน

10 กันยายน 2557

แม้ว่าจะเป็นบริษัทน้องใหม่ในวงการทีวีไทย แต่บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ก็มีความชำนาญ ในด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายคอนเทนต์

โดย...จะเรียม สำรวจ

แม้ว่าจะเป็นบริษัทน้องใหม่ในวงการทีวีไทย แต่บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย ก็มีความชำนาญ ในด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายคอนเทนต์ เนื่องจาก แม่ทัพใหญ่อย่าง จักรพงษ์ สุธีสถาพร มีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้ถึง 15 ปี และปีนี้กำลังจะก้าวสู่ปีที่ 16 ประกอบกับประเทศไทยมีช่องทางสื่อมากขึ้น จากทีวีดิจิทัล 24 ช่อง จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการกระโดดเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดด้านคอนเทนต์

บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จัดตั้งขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2556 ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท เพื่อเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายคอนเทนต์จากบริษัทชั้นนำทั่วโลกให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม เพย์ทีวี ในรูปแบบ วีดีโอ ออน ดีมานด์ และโฮมวีดีโอ เป็นต้น

จักรพงษ์ สุธีสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีทองของธุรกิจคอนเทนต์ เนื่องจากมีทีวีดิจิทัลเกิดขึ้น 24 ช่อง แม้จะยังอยู่ในสถานการณ์ฝุ่นตลบ แต่หากทุกอย่างเริ่มเข้าที่เชื่อว่าภาพรวมน่าจะปรับตัวดีขึ้นในปีหน้า และสิ่งที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะแข่งขันนับจากนี้คือ คอนเทนต์ บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสและใช้งบกว่า 400 ล้านบาท กวาดซื้อคอนเทนต์ในต่างประเทศมาไว้ในครอบครอง โดยปัจจุบันมีคอนเทนต์ต่างประเทศกว่า 1,000 รายการ รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

“คอนเทนต์ต่างประเทศ ถือเป็นคอนเทนต์สำเร็จรูป ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมเลือกซื้อ เพราะสะดวก รวดเร็ว ประหยัดต้นทุน และเลือกคอนเทนต์ที่เรียกเรตติ้งได้ ซึ่งจะส่งผลต่อโฆษณาที่จะเข้ามาในอนาคต แทนการผลิตคอนเทนต์เองที่ต้องใช้ต้นทุนสูงและโอกาสเสี่ยงมากกว่า จึงเชื่อว่าคอนเทนต์จาก ต่างประเทศยังเป็นที่ต้องการและเติบโตต่อเนื่อง”

จักรพงษ์ ได้แบ่งธุรกิจคอนเทนต์ออกเป็น 8 หมวด ประกอบด้วย 1.อาเซียน แฟนตาซี การรวมสุดยอดเอเชียน ซีรี่ส์ และเอเชียน มูฟวี่ จากประเทศชั้นนำ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย 2.ฮอลลีวู้ด ฮิต รวมสุดยอดฮอลลีวู้ด มูฟวี่ และฮอลลีวู้ด ซีรี่ส์ จากผู้ผลิตมืออาชีพระดับโลก 3.มิวสิค สตาร์ พาเหรด การรวมสุดยอดเพลงท็อปฮิต ติดชาร์ตบิลบอร์ดของศิลปินดังจากทั่วโลกมาไว้ในรายการ 4.คิดส์ อินสไพร์ การรวมสุดยอดการ์ตูนดังอมตะตลอดกาลจากทั่วโลก 5.ไอ เมจิก เดอะ โปรเจกต์ การรวมสุดยอดสารคดีชั้นนำจากผู้ผลิตระดับโลก

6.ทอล์ก โชว์ แอนด์ ซีซั่นนอล ไฮไลต์ การนำเสนอเรื่องราวสุดยอดในโลกอันมหัศจรรย์ ผ่านการ บอกเล่าในรายการ เช่น Andrew’s The Exclusive และ The Andrew Show 7.ซูเปอร์ โชว์ การรวม สุดยอดโชว์จากศิลปิน นักร้องระดับโลก มาไว้ในรายการต่างๆ และ 8.นิวส์ จะเป็นรายการเกี่ยวกับข่าวสาร ความเคลื่อนไหวจากทั่วโลก ผ่านรายการ Luxe News และ Born to Biz เป็นต้น

“หลังจากประเทศไทยเริ่มมีทีวีดิจิทัล 3 เดือนที่ผ่านมา เราขายคอนเทนต์ให้กับลูกค้าไปแล้ว 25% ของคอนเทนต์ที่มีอยู่ ลูกค้าส่วนใหญ่กว่า 10 รายเป็นทีวีดิจิทัล คาดว่าอีก 23 เดือนนับจากนี้น่าจะขายคอนเทนต์ได้เพิ่มเป็น 75%”

หลังจากเดินหน้าขายคอนเทนต์ที่มีอยู่ในมือจำนวนมาก และเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 เดือน 9 ที่ผ่านมา ในงาน เมจิก ออฟ คอนเทนต์ ในวันที่ 12 เดือน 12 ปีนี้ บริษัทจะจัดงานเปิดตัวพันธมิตรอย่างเป็นทางการในงาน เดอะ เมจิก ออฟ พาร์ตเนอร์ พร้อมตั้งเป้าสิ้นปี 2557 จะมีรายได้อยู่ที่ 700 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาท ในปี 2558

นอกจากจะเดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทยแล้วลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่ซื้อมาคิดเป็น 90% ของคอนเทนต์ที่มีอยู่ทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 10% เป็นคอนเทนต์ที่ผลิตเอง บริษัทยังมีแผนจะนำคอนเทนต์ไปขายในประเทศลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อต่อ ยอดธุรกิจในเฟสที่ 2 ซึ่งจากกลยุทธ์ดังกล่าว มั่นใจว่าสิ้นปี 2560 จะมีรายได้รวมจาก 12 บริษัทในเครือ ไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท

เป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเป็นฮับด้านคอนเทนต์ของภูมิภาคอาเซียนน่าจะเข้าใกล้ในไม่ช้านี้ เพราะแว่ว มาว่าปีหน้าเตรียมใช้งบก้อนใหญ่กว้านซื้อคอนเทนต์ต่างแดนเพิ่ม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าโดยเฉพาะทีวีดิจิทัล

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69