
เร่งเอสเอ็มอีลุยชายแดน
กสอ.หนุนเอสเอ็มอีลงทุนชายแดน รับ คสช.เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ 12 แห่ง โอกาสใหม่ เศรษฐกิจโตสูงรับเปิดเออีซี
กสอ.หนุนเอสเอ็มอีลงทุนชายแดน รับ คสช.เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ 12 แห่ง โอกาสใหม่ เศรษฐกิจโตสูงรับเปิดเออีซี
นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำหนดนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ 12 แห่ง โดย กสอ.อยากแนะนำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ต่างๆ เข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อได้สิทธิประโยชน์จากภาครัฐหลายด้าน และได้รับประโยชน์ในเรื่องแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้ เอสเอ็มอีจะสามารถขยายตลาดส่งออกสินค้าในประเทศเพื่อนบ้านรองรับการเปิดเออีซี โดย ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะเข้าไปทำตลาดในอาเซียน จะต้องมีความรู้ในการทำธุรกิจกับกลุ่มผู้ประกอบการในอาเซียน มีความเข้าใจเรื่องกฎหมาย ข้อบังคับ ระบบโลจิสติกส์ การวางกลยุทธ์การตลาดด้วย รวมทั้ง กสอ.ได้ทำโครงการกลยุทธ์การค้าชายแดน โครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ และโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการ และพัฒนาผู้ประกอบการในทุกด้านเพื่อรับมือการแข่งขัน
สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษเริ่มดำเนินการในปีนี้จำนวน 5 แห่ง ในพื้นที่ จ.ตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด และสงขลา เริ่มต้นในปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุนนั้น จึงอยากแนะนำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ต่างๆ เข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อได้สิทธิประโยชน์จากภาครัฐหลายด้าน และได้รับประโยชน์ในเรื่องแรงงานประเทศเพื่อนบ้านขณะที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่เหลือ 7 แห่งนั้น คสช.จะดำเนินการให้ครบ 12 แห่งในปี 2559 ทั้งในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เชียงราย หนองคาย นครพนม และนราธิวาส เป็นต้น จึงมีพื้นที่ที่มีศักยภาพให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าไปลงทุนเช่นเดียวกัน อีกทั้ง ในเขตเศรษฐกิจพิเศษจะมีนักลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เข้ามาลงทุนในพื้นที่จำนวนมาก
นอกจากนี้ ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 12 แห่งมีการเศรษฐกิจพิเศษที่เติบโตสูงเช่นเดียวกัน โดยการค้าขายชายแดนระหว่างไทย กับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ในช่วง6 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่า 4.8 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งมีการนำเข้า มูลค่า 298,126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.33% นำเข้ามูลค่า 186,293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.48% ซึ่งไทย มีการค้าขายกับมาเลเซีย มากสุด มูลค่า 140,922 ล้านบาท สินค้าส่งออก สูงสุดไปมาเลเซีย ยางพารา และผลิตภัณฑ์ยางพาราอื่นๆ
ทางด้านเขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.แม่สาย มีพื้นที่ติดกับพม่า มีการค้าขายในช่วงครึ่งปีแรก มูลค่า 6,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินค้าไทยที่มีโอกาสเติบโตสูงในพื้นที่คือ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเบ็ดเตล็ด ของตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน กาแฟ และของใช้
“ในช่วงที่ผ่านมา กสอ. ได้ดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ทั้งให้ความรู้ พัฒนาสินค้า การผลิต การทำตลาด และการส่งออก พร้อมกับเร่งผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดอาเซียน ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ต้องใช้พื้นที่ลงทุนที่เหมาะสมกับธุรกิจ และศึกษาว่าในแต่ละพื้นที่เหมาะสมกับการใช้วัตถุดิบอะไร” นางอรรชกา กล่าว







