
สินค้าฮิตใช้‘แบรนด์เด็ดคอนเทนต์’
สร้างชื่อแบรนด์คอนเทนท์แล็บหันทิศผลิตป้อน
สร้างชื่อแบรนด์คอนเทนท์แล็บหันทิศผลิตป้อน
คอนเทนท์แล็บปักธงลุยผลิตรายการแบรนด์เด็ดคอนเทนต์ เจาะสินค้ามุ่งปั้นแบรนด์ มั่นใจกวาด 250 ล้านบาทใน 2 ปี
นายนพกร ทองมั่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอนเทนท์ แล็บ ในเครือเจเอสแอล ดำเนินธุรกิจผลิตรายการและโฆษณา เปิดเผยว่า จากความสนใจผลิตรายการในรูปแบบแบรนด์เด็ดคอนเทนต์ หรือคอนเทนต์ที่สะท้อนถึงแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการสินค้า เนื่องจากสามารถสร้างแบรนด์สินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการซื้อโฆษณาแยกเป็นช่วงเวลา รวมทั้งยังสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีในรายการที่เข้าไปเป็นผู้สนับสนุนหลัก
ทั้งนี้ จากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวส่งผลให้ปัจจุบันมีการใช้งบการตลาดผ่านการทำรายการแบรนด์เด็ดคอนเทนต์ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และแต่ละปีมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการสินค้าสนใจทำรายการในรูปแบบแบรนด์เด็ดคอนเทนต์ 20 รายการ เช่น รายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ เป็นต้น
ปัจจุบันแม้ว่าจำนวนรายการในรูปแบบดังกล่าวจะยังมีน้อย เพราะต้องใช้งบลงทุนค่อนข้างสูง เห็นได้จากการใช้งบ 200 ล้านบาทของยูนิลีเวอร์ในการเป็นผู้สนับสนุนในรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ แต่จากผลตอบรับของรายการที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพเชื่อว่าในอนาคตรูปแบบรายการดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นแน่นอน
“หลายสิบปีที่ผ่านมาคอนเทนต์และช่องทางการสื่อสารในประเทศไทยมีค่อนข้างจำกัด และผู้ผลิตหรืออุตสาหกรรมการผลิตมักเป็นผู้กำหนดเนื้อหาและรูปแบบรายการบนพื้นฐานของธุรกิจแบบเดิมๆ ทำให้คนดูไม่มีทางเลือกในการเข้าถึงคอนเทนต์ แต่ตอนนี้อุตสาหกรรมทั้งระบบเปลี่ยนไป เนื่องจากเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องทำงานหนักมากขึ้น” นายนพกร กล่าว
ขณะเดียวกัน จากแนวโน้มความนิยมรายการในรูปแบบแบรนด์เด็ดคอนเทนต์ที่มีมากขึ้น ทำให้บริษัทตั้งเป้าจะเน้นผลิตรายการในรูปแบบแบรนด์เด็ดคอนเทนต์เป็นหลัก ซึ่งในช่วง 2 ปีนับจากนี้มีแผนผลิตรายการ 5 รายการ แบ่งเป็นการออกอากาศในช่องฟรีทีวีอะนาล็อก 2 ช่อง และทีวีดิจิทัล 3 ช่อง
สำหรับรายการที่สามารถเปิดเผยชื่อได้แล้วในขณะนี้ ประกอบด้วย มาร์เชียล วอร์ริเออร์ ออกอากาศทางช่อง 7 รายการจูเนียร์ เบค ออฟ ไทยแลนด์ รายการแข่งขันทำขนมอบสไตล์เบเกอรี่ ของบีบีซี อังกฤษ ผลิตออกอากาศทางช่อง NOW26 เริ่มวันที่ 5 ต.ค.นี้ และรายการร้องสู้ไฟ คีพ ยัวร์ ไลท์ ไชน์นิ่ง ออกอากาศทางช่อง 7 วันที่ 4 ต.ค.นี้
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะผลิตรายการเพื่อขายแพลตฟอร์มรายการให้ต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในสหรัฐ คาดว่าปี 2558 จะได้ข้อสรุปพร้อมผลิต พร้อมตั้งเป้าภายใน 5 ปีนับจากนี้สัดส่วนรายได้มากกว่า 50% จะมาจากต่างประเทศ ส่วนภาพรวมรายได้อีก 2 ปีนับจากนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 250 ล้านบาท
“หากมองย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ประเทศไทยถือว่าเป็นตลาดของแบรนด์เด็ดคอนเทนต์ที่ใหญ่แห่งหนึ่งในเอเซีย โดยใช้เวลาไม่กี่ปีก็เป็นที่นิยม มีการซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศเข้ามามาก แต่ปัจจุบัน จีนถือว่าเป็น ตลาดทีใหญ่ที่สุดในเอเซียแล้ว เพราะเป็นประเทศที่ใหญ่ ส่วนในอาเซียน ไทยเป็นลำดับที่ 4 รองจาก อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปินส์” นายนพกรกล่าว







