
บลจ.กรุงไทยลุยหุ้นเต็มสูบ
เน้นหุ้นใหญ่ทำกำไรระยะสั้น ชี้ฝรั่งขายได้โอกาสช้อนของดี
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กรุงไทยเดินหน้าลุยหุ้นใส่กองทุนผสมยืดหยุ่นเกือบเต็มพอร์ต เน้นหุ้นใหญ่สภาพคล่องสูง มั่นใจเป้าดัชนี 820 จุดเป็นไปได้นายยืนยง เทพจำนงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายลงทุนตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า ในปัจจุบันกองทุนเปิดกรุงไทยผสมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF1) ซึ่งเป็นกองทุนผสมแบบยืดหยุ่น ที่ได้รับรางวัลลิปเปอร์ 2010 ประเภทกองทุนผสมที่มีผลดำเนินงานที่ดีที่สุดในรอบ 3 ปี ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นสูงถึง 8090% ของพอร์ตเพราะเชื่อว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงที่จะปรับลดลงได้ไม่มากแล้ว
อย่างไรก็ตาม กองทุนดังกล่าวจะเลือกลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง และอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น เช่น หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ขณะเดียวกันยังเลือกที่จะเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นกลุ่มพลังงาน หรือหุ้นที่อิงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนนี้อยู่ในเกณฑ์ดีอย่างต่อเนื่อง
“
เราเชื่อว่าไม่มีรูปแบบการลงทุนไหนที่จะทำได้ดีตลอดไป ดังนั้นเราจึงต้องปรับรูปแบบให้เหมาะกับภาวะการลงทุนในแต่ละช่วง ซึ่งใน 3 ปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่าการลงทุนแบบจับจังหวะการลงทุนทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการซื้อแล้วถือยาว และในเวลานี้มุมมองการลงทุนของเรายังไม่ได้มองยาวมากนัก เพราะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังกระท่อนกระแท่น จึงต้องเลือกหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง จะได้ปรับตัวได้ง่าย นอกจากนี้ ในช่วงที่นักลงทุนต่างชาติเทขายออกมาจนถึงระดับราคาที่เห็นว่าถูกเกินไปก็จะเป็นโอกาสที่กองทุนเข้าไปช้อนซื้อ” นายยืนยง กล่าวนอกจากนี้ นายยืนยง ยังกล่าวอีกว่า ในปีนี้ดัชนีหุ้นตลาดหลักทรัพย์มีความเป็นไปได้สูงที่จะไปถึง 820 จุด ซึ่งเป็นดัชนีเป้าหมายที่ บลจ.กรุงไทยประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ดีที่สุดดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสขึ้นไปถึง 860 จุด ซึ่งขึ้นอยู่กับวิกฤตการเงินในยุโรปและมาตรการชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจของจีนว่าจะรุนแรงมากเพียงใด เพราะจะส่งผลต่อกระแสเงินทุนไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชีย
ขณะที่ นางสุชาดา ภวนานันท์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. ธนชาต เปิดเผยว่า บลจ.ธนชาต ได้รับรางวัลจาก The PostLipper Thailand Fund Awards 2010 จำนวน 4 รางวัล คือ
รางวัล Best Overall Group Over Three Years สำหรับ บลจ.ที่มีผลการดำเนินงานดีและต่อเนื่องทั้งกองทุนตราสารหนี้ กองทุนตราสารทุน และกองทุนผสม
รางวัล Best Bond Group Over Three Years ที่มอบให้กับ บลจ.ที่มีผลการดำเนินงานกองทุนตราสารหนี้ดีที่สุดในระยะเวลา 3 ปี
ขณะที่กองทุนเปิดธีรสมบัติ (TSB) ได้รับรางวัลกองทุนตราสารหนี้ที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในระยะเวลา 10 ปี และกองทุนเปิดธนชาตอินฟราสตรัคเจอร์ แอนด์ แน็ชเชอรัล รีซอร์ส ฟันด์ ออฟ ฟันด์ (TINFRA) ได้รับรางวัลกองทุนตราสารทุนต่างประเทศที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในระยะเวลา 3 ปี
ทั้งนี้ บลจ.ธนชาต ได้รับรางวัล Best Overall Group Over Three Years เป็นครั้งที่ 4 จากรางวัล The PostLipper Thailand Fund Awards ทั้งหมด 8 ครั้ง
“
หัวใจของการประกอบธุรกิจจัดการเงินลงทุน คือ ผลการดำเนินงานที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพยายามทำกันมาตลอดภายใต้การนำของ CIO และทีมบริหารจัดการ โดยเราพยายามรักษามาตรฐานให้คงเส้นคงวา” นางสุชาดา กล่าว






