
พาณิชย์คุมราคาอาหารจานด่วนรพ.รัฐ
“พาณิชย์” คุมอาหารจานด่วนในโรงพยาบาลรัฐขายเมนูราคาแนะนำ 30-35 บาท พร้อมจับมือร้านแก๊สหมื่นแห่งทั่วจัดโครงการแก๊สยิ้มเต็มถัง
“พาณิชย์” คุมอาหารจานด่วนในโรงพยาบาลรัฐขายเมนูราคาแนะนำ 30-35 บาท พร้อมจับมือร้านแก๊สหมื่นแห่งทั่วจัดโครงการแก๊สยิ้มเต็มถัง
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อขอความร่วมมือตรึงราคาอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) ว่า กรมได้ขอความร่วมมือโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศที่มีศูนย์อาหารให้จำหน่ายอาหารจานด่วนตามราคาแนะนำ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพแก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เบื้องต้นจะนำร่องในการตรวจสอบโรงพยาบาลในกรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน โดยเฉพาะโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลศิริราชก่อน เนื่องจากในแต่ละวันจะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการศูนย์อาหารจำนวนมาก
ทั้งนี้ เบื้องต้นกรมจะให้ความสำคัญในส่วนของศูนย์อาหารที่มีการเปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาบริหารเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีต้นทุนสูงจากการปรับปรุงพื้นที่ให้สวยงาม จนส่งผลให้มีการปรับขึ้นราคาอาหาร โดยเฉพาะในส่วนของโรงพยาบาลจุฬาจะมี บมจ.ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง เข้ามาเป็นผู้บริหาร ส่วนอีก 2 โรงพยาบาลพบว่าโรงพยาบาลเป็นผู้บริหารเองจึงมีอาหารจานด่วนที่เป็นราคาแนะนำอยู่
“จากการหารือล่าสุดทาง บมจ. ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง พร้อมที่จะขอความร่วมมือให้ร้านที่มาเช่าพื้นที่ เพิ่มการจำหน่ายอาหารจานด่วนราคาแนะนำไม่เกิน 30-35 บาทอย่างน้อย 1 อย่าง เพื่อประชาชนมีทางเลือกในการซื้ออาหารเมนูประหยัด”
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กรมได้ขอความร่วมมือไปยังศูนย์อาหารตามหน่วยงานรัฐและได้รับการตอบรับที่ดีในการจัดเมนูอาหารตามราคาแนะนำทั้งในส่วนของศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ที่ได้ปรับลดราคาอาหารจานด่วน 10 เมนูลงมาเท่ากับราคาแนะนำที่กรมฯ กำหนดไว้คือ จานละ 25-35 บาท ขณะที่ศูนย์อาหารของกรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ก็ให้ความร่วมมือกับกรมเป็นอย่างดีหลังจากมีประชาชนไปใช้บริการทำพาสปอร์ตจำนวนมาก และมีการร้องเรียนว่าจำหน่ายราคาอาหารจานด่วนแพงเช่นกัน
สำหรับ 10 เมนูแนะนำที่กำหนดให้จำหน่ายในราคา 25-35 บาท เช่น ข้าวไข่เจียวธรรมดา, ข้าวราดแกง 1-2 อย่าง, ก๋วยเตี๋ยวหมู-ไก่, ข้าวกะเพรา, ข้าวผัด, ราดหน้า, ผัดซีอิ๊ว, ข้าวขาหมู และขนมจีนน้ำยา-แกงไก่
นายสันติชัย กล่าวว่า ในเดือน ต.ค. นี้ กรมจะจัดโครงการแก๊สยิ้มเต็มถังและโครงการน้ำมันเต็มลิตร เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคที่ซื้อแก๊สและเติมน้ำมัน เนื่องจากที่ผ่านมามีการร้องเรียนว่าซื้อสินค้าดังกล่าวแต่ถูกผู้ประกอบการโกงน้ำหนัก จนน้ำมันหรือแก๊สหมดเร็วกว่าปกติ โดยโครงการแก๊สยิ้มเต็มถังจะเน้นเฉพาะแก๊สหุงต้ม ซึ่งมีเป้าหมายร้านค้าประเทศ 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ และ โครงการน้ำมันเต็มลิตร มีเป้าหมายสถานีบริการทุกยี่ห้อทั่วประเทศ
“ตอนนี้อยู่ระหว่างการรับสมัครปั๊มน้ำมันและร้านแก๊สเข้าร่วมโครงการ ซึ่งทางกรมจะมีสติ๊กเกอร์ให้แก่ผู้ประกอบการ รวมถึงมีร้านที่ปลอดภัย มีห้องน้ำสะดวก และการเก็บค่าบริการที่เป็นธรรม เป็นต้น โดยทั้ง 2 โครงการจะให้พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดต่อไป”







