posttoday
3 โครงข่ายทีวีดิจิทัลฮึดผุดทันกรอบ กสทช.ขีด

3 โครงข่ายทีวีดิจิทัลฮึดผุดทันกรอบ กสทช.ขีด

08 กันยายน 2557

ภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาประกาศว่าจะเริ่มทยอยแจกคูปอง 690 บาท 22 ล้านครัวเรือน เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซตท็อปบอกซ์) หรือซื้อทีวีดิจิทัล โดยจะเริ่มแจกวันที่ 15 ต.ค.นี้เป็นเฟสแรก 23 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม นครนายก ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี เพชรบุรี สระบุรี ลำพูน พัทลุง และปัตตานี

ภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาประกาศว่าจะเริ่มทยอยแจกคูปอง 690 บาท 22 ล้านครัวเรือน เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อกล่องแปลงสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซตท็อปบอกซ์) หรือซื้อทีวีดิจิทัล โดยจะเริ่มแจกวันที่ 15 ต.ค.นี้เป็นเฟสแรก 23 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม นครนายก ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี เพชรบุรี สระบุรี ลำพูน พัทลุง และปัตตานี

ประกาศดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการโครงข่ายทีวีดิจิทัลต่างประกาศความพร้อมส่งสัญญาณ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เพราะจังหวัดที่เลือกออกมาประกาศว่าจะแจกคูปองในเฟสแรก ล้วนแต่เป็นจังหวัดที่ กสทช.มั่นใจว่าเป็นพื้นที่ที่โครงข่ายสัญญาณให้บริการครอบคลุม

ปัจจุบันโครงข่ายทีวีดิจิทัลมีสถานีหลักในการส่งสัญญาณอยู่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นครราชสีมา เชียงใหม่ และสงขลา ซึ่งหลังจากแจกคูปองในเฟสแรกแล้วเสร็จ กสทช.ก็จะแจกเฟส 2 ทันทีอีก 22 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ สุราษฎร์ธานี ระยอง จันทบุรี ชลบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี ชัยนาท สระบุรี สุพรรณบุรี สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ อุดรธานี หนองคาย และหนองบัวลำภู รวม 45 จังหวัด จำนวน 11.45 ล้านครัวเรือนในสิ้นปีนี้ คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 8,000 ล้านบาท

จากแนวทางดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการโครงข่ายทั้ง 3 ราย ต้องเร่งติดตั้งโครงข่ายสถานีหลักและสถานีเสริมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แล้วเสร็จตามกรอบที่ กสทช.กำหนด คือ ปีแรกจะต้องครอบคลุม 11 ล้านครัวเรือน หรือ 50% ของครัวเรือนทั้งประเทศ จากนั้นปีที่ 2 ต้องครอบคลุม 80% ปีที่ 3 ครอบคลุม 90% และปีที่ 4 ครอบคลุม 95%

มงคล ลีลาธรรม รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. บริหารและปฏิบัติการประธานกรรมการ (ปฏิบัติหน้าที่นายสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส) กล่าวว่า สิ้นเดือน ก.ย.นี้ มั่นใจว่าโครงข่ายของไทยพีบีเอสจะมีสถานีหลักครบ 19 จังหวัดแน่ หรือครอบคลุมพื้นที่ 63% ของครัวเรือนทั้งประเทศ จากอัตราส่วนของการครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศดังกล่าว ถือว่าไทยพีบีเอสทำงานเร็วกว่ากรอบที่วางไว้ 1 เดือน จึงทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ใช้บริการโครงข่ายของไทยพีบีเอสและประชาชน มั่นใจได้เลยว่าโครงข่ายของไทยพีบีเอสจะติดตั้งแล้วเสร็จตามกรอบที่ กสทช.วางไว้ได้อย่างแน่นอน

ตามแผนที่ไทยพีบีเอสได้ประกาศไว้ภายในปี 2558 จะติดตั้งสถานีหลัก 39 สถานีให้ครบภายในปี 2558 และตั้งสถานีเสริมในปีที่ 3 และ 4 หลังจากได้รับสัญญา คือ ปี 2559-2560 อีก 141 สถานี โดยในปีแรกจะเริ่มจากเดือน มิ.ย. 2556-มิ.ย. 2557 จำนวน 11 สถานีหลัก ครอบคลุมพื้นที่ 50% ในปีที่ 2 จะเริ่มจากเดือน มิ.ย. 2557-มิ.ย. 2558 วางแผนติดตั้งให้ครบ 39 สถานีหลักครอบคลุมพื้นที่ 83% ปีที่ 3 เริ่มเดือน มิ.ย. 2558-มิ.ย. 2559 และปีที่ 4 เริ่มเดือน มิ.ย. 2559-มิ.ย. 2560 ไทยพีบีเอสมีแผนจะสร้างสถานีเสริมอีกประมาณ 141 สถานี เมื่อแล้วเสร็จจะทำให้ไทยพีบีเอสมีโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่กว่า 98% ของจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศ

ด้าน อสมท หลังถูก กสทช.ออกมาเตือนเรื่องความล่าช้าติดตั้งโครงข่าย ล่าสุด ชลิต ลายลิขิต รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท กล่าวว่า ขณะนี้การติดตั้งโครงข่ายในเฟสที่ 2 จำนวน 3 จังหวัด คือ สิงห์บุรี อุบลราชธานี และอุดรธานี ได้เสร็จตามประกาศในสิ้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ออกอากาศในจังหวัดดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และจะเร่งขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ 90% ของประเทศให้เร็วที่สุด

สำหรับ 11 จังหวัด หรือคิดเป็นเกือบ 50% ที่ อสมท ติดตั้งโครงข่ายแล้วเสร็จพร้อมออกอากาศ คือ กรุงเทพฯ นครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา สุราษฎร์ธานี ระยอง สุโขทัย ขอนแก่น อุบลราชธานี สิงห์บุรี และอุดรธานี ส่วนอีก 4 เดือนของปีนี้ อสมท จะติดตั้งเพิ่มอีก 13 จังหวัด คือ ร้อยเอ็ด เชียงราย สระแก้ว นครสวรรค์ นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ตรัง สุรินทร์ สกลนคร ลำปาง น่าน เพชรบูรณ์ และประจวบคีรีขันธ์ หรือคิดเป็น 70% ของครัวเรือนทั้งประเทศ คาดครบ 80% ตามกรอบของ กสทช.ที่วางไว้ในเดือน มิ.ย. 2558

ขณะที่โครงข่ายของ ททบ. หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ซึ่งเป็นโครงข่ายที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุด เนื่องจากได้รับใบอนุญาตให้บริหาร 2 โครงข่าย ปัจจุบัน ททบ.ติดตั้งสถานีหลักได้แล้ว 15 สถานี หรือ 65.5% ของครัวเรือนทั้งประเทศ และเดือน ก.ย.นี้ จะติดตั้งเพิ่มอีก 4 สถานี คือ นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ตรัง และสุรินทร์ ซึ่งตามแผน ททบ.จะติดตั้งให้ครอบคลุมพื้นที่ 80% ได้ภายในสิ้นปีนี้

ขณะที่เดือน ต.ค. มีแผนที่จะดำเนินการติดตั้งโครงข่ายสถานีหลักในจังหวัด นครศรีธรรมราช ภูเก็ต ตรัง ลำปาง และสกลนคร ส่วนเดือน ธ.ค. จะเริ่มดำเนินการติดตั้งที่ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ นาน อุตรดิตถ์ และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งแผนการดำเนินงานดังกล่าว จะทำให้โครงข่ายของ ททบ.ครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศ 80% ในสิ้นปีนี้

จากโครงข่ายที่เร่งมือติดตั้งดังกล่าว เชื่อว่าสิ้นปีนี้ผู้ชมทีวีดิจิทัลคงเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีเพียง 14% ของผู้ชมทั่วประเทศและอาจช่วยคลี่คลายปัญหาช่อง 3 ได้บ้างออกมาประกาศความพร้อมดังกล่าวคงทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลใจชิ้นขึ้นมาบ้าง ว่าสิ้นปีนี้อัตราส่วนการรับชมทีวีดิจิทัลน่าจะเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันยังคงมีสัดส่วนการรับชมอยู่ที่ 14% เท่านั้น แต่จะขยับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไหร่ในสิ้นปีคงต้องรอดูว่าโครงข่ายที่กำลังติดตั้ง และการแจกคูปองจะเป็นไปตามกรอบที่ กสทช.วางไว้มากน้อยแค่ไหน เพราะในด้านของผู้ประกอบการตอนนี้ร้องเพลงรอความพร้อมอยู่นานแล้ว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ