
ซีคอนฮุบฟิวเจอร์ฯบางแค
ทุ่ม2,500ล้านทั้งซื้อปรับโฉม ชี้ตลาดใหญ่ขอแบ่งเดอะมอลล์
โพสต์ทูเดย์
— ซีคอนสแควร์ทุ่ม 2,500 ล้านบาท เทกโอเวอร์พร้อมปรับโฉมฟิวเจอร์พาร์ค บางแค มั่นใจแบ่งเค้กเดอะมอลล์ได้นายตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ ผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ เปิดเผยว่า ได้ใช้งบลงทุนรวมกว่า 2,500 ล้านบาท สำหรับการซื้อกิจการและปรับปรุงโฉมใหม่ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค บางแค จากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) โดยจะเริ่มปรับปรุงในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะปิดศูนย์ 6 เดือน คาดแล้วเสร็จและเปิดบริการโฉมใหม่ในไตรมาสแรกของปี 2554
สำหรับการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว เนื่องจากมองเห็นโอกาสของธุรกิจศูนย์การค้าในย่านดังกล่าวที่มีคู่แข่งเพียงรายเดียวคือ เดอะมอลล์ บางแค แต่เป็นพื้นที่มีประชากรหนาแน่นถึงกว่า 9.29 ล้านคน ในรัศมี 10 กม. ย่านบางแค ภาษีเจริญ หนองแขม บางกอกใหญ่ จอมทอง และราษฎร์บูรณะ ทำให้เชื่อว่าตลาดยังมีช่องว่างอีกมาก
ในเบื้องต้นอยู่ระหว่างการออกแบบคอนเซปต์ใหม่ คาดว่าจะเป็นรูปแบบเดียวกับซีคอนสแควร์ ที่เพิ่งปรับโฉมใหม่เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายระดับบีบวกมากขึ้น ซึ่งผู้เช่าพื้นที่ต้องพร้อมปรับปรุงร้านค้าให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน จากปัจจุบันมีร้านค้าประมาณ 200 ร้านค้า และมีพันธมิตรหลักคือ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน อีจีวี คาร์ฟูร์ และจะปรับปรุงสวนสนุกใหม่
ทั้งนี้ คาดว่าหลังจากการปรับปรุงกิจการแล้วเสร็จ จะส่งผลให้ฟิวเจอร์พาร์ค บางแค มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นปีละไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท จากก่อนหน้าปรับปรุงมีรายได้เดือนละ 10 ล้านบาทเท่านั้น คาดคืนทุนภายใน 7 ปี และจะเปลี่ยนชื่อใหม่ด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้สรุป
“
การเทกโอเวอร์นี้ดิวนานถึง 2 ปี เดิมเป็นของกลุ่มยูนิเวสต์ที่มีปัญหาการเงินช่วงวิกฤตเศรษฐกิจจนโอนให้ บสท.” นายตะติยะ กล่าวสำหรับผลประกอบการของศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีรายได้รวม 299.44 ล้านบาท กำไรเบื้องต้น 157.81 ล้านบาท เติบโต 4% จากช่วงเดียวกันของปี 2552 โดยได้รับอานิสงส์ส่วนหนึ่งจากความวุ่นวายกลางเมือง ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการห้างชานเมืองมากขึ้น ทำให้มีรถเข้าศูนย์เพิ่ม 1.63% จากปีละ 5.1 แสนคัน
ด้านปี 2552 บริษัทมีรายได้1,156 ล้านบาท กำไรเบื้องต้น 592 ล้านบาท และปีนี้จะลงทุนอีก 180 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงภายนอกศูนย์ให้ทันสมัย รวมทั้งใช้งบจัดกิจกรรมตลาด 60 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 1,211 ล้านบาท กำไร 608 ล้านบาท







