
บีเอชเอ็มฯลุยเอเชียส่ง"ครอสทู" ขยายรอบทิศ
ไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่ต่างชาติต้องการเดินทางมาแม้มีเหตุการณ์วุ่นวายอะไร
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่ต่างชาติต้องการเดินทางมาแม้มีเหตุการณ์วุ่นวายอะไร นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจตกใจหายไปบ้าง แต่เมื่อเหตุการณ์ปกติยอดนักท่องเที่ยวก็จะเด้งกลับเข้ามารวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ทำให้นักลงทุนสนใจจะเข้ามาลงทุนธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในไทยกันมาก แต่ขณะเดียวกันในบางพื้นที่ก็มีโรงแรมและรีสอร์ทมากเกินความต้องการแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการแบรนด์โรงแรมในไทยต้องหาโอกาสออกไปขยายตัวในต่างประเทศเช่นกัน
แอนโทนี่ แม็คโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูติค ฮอสพิทัลลิตี้ แมเนจเม้นท์ เอเชีย (บีเอชเอ็ม เอเชีย) ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทแบรนด์ ครอสทู (X2) เปิดเผยว่า ครอสทูอยู่ในตลาดมา 67 ปีแล้ว เริ่มแรกเน้นลงทุนเป็นเจ้าของโรงแรมและรีสอร์ทพร้อมบริหารเอง ด้วยจุดเด่นด้านการทำตลาดเข้มแข็ง และโรงแรมมีการออกแบบที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ทำให้มีเจ้าของโรงแรมอื่นๆ ติดต่อขอใช้แบรนด์ครอสทูกันมาก ไม่เฉพาะรูปแบบโรงแรมและรีสอร์ท รวมไปถึงวิลล่า อพาร์ตเมนต์ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และคอนโดมิเนียม ก็ต้องการใช้แบรนด์ครอสทู บริษัทจึงตัดสินใจรับบริหารโดยจะใช้แบรนด์ครอสทูในอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบ ปัจจุบันได้เซ็นสัญญารับบริหารและทำให้มีอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ครอสทูแล้วทั้งหมด 30 แห่งทั่วโลก
“สาเหตุที่เลือกใช้แบรนด์ครอสทูบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ไม่ใช่แค่โรงแรมและรีสอร์ท เพราะจะเป็นประโยชน์ด้านการทำตลาด เนื่องจากบริษัทมีขนาดไม่ใหญ่ หากทำหลายแบรนด์จะยากต่อการทำตลาดให้เป็นที่รู้จัก และแข่งขันกับแบรนด์โรงแรมระดับนานาชาติที่ส่วนใหญ่แบรนด์มีอายุหลายร้อยปี ขณะที่แบรนด์ครอสทูเป็นแบรนด์ที่รู้จักในตลาดอยู่แล้ว จึงต้องการสื่อสารกับตลาดต่อไปภายใต้แบรนด์เดียว เพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้นว่า เป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวคิดและการออกแบบเฉพาะ มั่นใจว่าตลาดจะไม่สับสน เพราะแม้จะใช้แบรนด์เดียวกันหมด แต่จะมีสัญลักษณ์กำกับใต้แบรนด์เพื่อแบ่งแยกให้เห็นว่าที่นั่นเป็นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบไหน” แม็คโดนัลด์ กล่าว
สำหรับแบรนด์ครอสทูที่รับบริหารและเริ่มเปิดให้บริการไปแล้ว เช่น ครอสทู ริเวอร์ แควร์ กาญจนบุรี, ครอสทู เชียงใหม่ วิลล่า, ครอสทู สมุย รีสอร์ท, ครอสทู กุยบุรี รีสอร์ท และครอสทู ซิดนีย์ อพาร์ตเมนต์ ออสเตรเลีย ส่วนที่กำลังจะเปิดในอนาคต คือ ครอสทู เชียงใหม่ อีก 1 แห่ง และครอสทู กมลา เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต นอกจากนี้ยังรับบริหารโครงการที่เขาใหญ่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ส่วนใหญ่เซ็นสัญญารับจ้างบริหาร 610 ปีต่อโครงการ ส่วนโครงการอื่นที่อยู่ระหว่างเจรจา ในไทยมีที่กรุงเทพฯ และหาดใหญ่ ส่วนต่างประเทศมี 6 โครงการ ในจีน และ 7 โครงการ ในอินโดนีเซีย ในจำนวนนี้อยู่ในบาหลี 3 โครงการ คาดว่าจะได้ความชัดเจนภายใน 2 เดือน
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างสร้างบริษัทตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ เพื่อรองรับการรับบริหารจัดการโครงการในต่างประเทศ โดยปัจจุบันเริ่มมีตัวแทนจำหน่ายแล้วในอินโดนีเซีย อินเดีย จีน และกัมพูชา มองว่า จีนและอินโดนีเซียเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสขยายตัวได้สูงสุด เนื่องจากประชากรมาก ธุรกิจโรงแรมกำลังเติบโต มีนักลงทุนเข้าไปสร้างโรงแรมใหม่มากกว่าไทย ขณะเดียวกันการออกไปต่างประเทศยังช่วยให้บริษัทกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจได้ดีขึ้น เพราะไทยมีโอกาสขยายตัวด้านโรงแรมและรีสอร์ทได้จำกัด เนื่องจากลงทุนกันมากแล้ว อีกทั้งสภาพแวดล้อมทางธุรกิจทำให้ทำงานยาก มักมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ เช่น โรคซาร์สระบาด ไข้หวัดนก ปิดสนามบิน จนถึงการเมืองวุ่นวายปีที่ผ่านมา โดยบริษัทจะเน้นในเอเชียแปซิฟิกเป็นหลัก
แม็คโดนัลด์ กล่าวว่า แม้ตลาดจีนและอินโดนีเซีย จะยังไม่รู้จักแบรนด์ครอสทูนัก แต่สาเหตุที่น่าจะทำแบรนด์ครอสทูไปขยายได้เพราะ เจ้าของโรงแรมและรีสอร์ทใน 2 พื้นที่นี้ ก็ต้องการให้โรงแรมมีแบรนด์ แต่ที่ผ่านมาแบรนด์ส่วนใหญ่ในตลาดเป็นแบรนด์เครือโรงแรมขนาดใหญ่ ลงทุนสูง ทำให้เจ้าของโรงแรมขนาดเล็กๆ มีทางเลือกใช้แบรนด์น้อย เมื่อมีครอสทูเป็นทางเลือก จึงต้องการใช้บริการ เพื่อตอกย้ำให้ตลาดรู้จักในฐานะ โรงแรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะด้านการออกแบบ
สำหรับรายได้ในปีนี้คาดว่าจะลดลงจากปีก่อน 10% แต่หากไตรมาส 4 โดยเฉพาะเดือน ธ.ค. นักท่องเที่ยวกลับมามากตามที่คาด อาจทำให้รายได้ปีนี้ขยับขึ้นไปเท่ากับปีก่อน หรือมากกว่าปีก่อน 1015% ขณะที่ปีหน้ารายได้น่าจะเพิ่มขึ้นจากปีนี้อย่างน้อย 25% หากการเมืองนิ่ง
ส่วนสิ่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวอยากเห็น คือ ความมั่นคง ไม่มีเหตุการณ์อะไรให้ตกใจอีก นอกจากนี้อยากให้เดินหน้าปราบมาเฟียพื้นที่ท่องเที่ยว หรือการเอาเปรียบหลอกลวงนักท่องเที่ยวรูปแบบต่างๆ ต่อไป และต้องควบคุมไม่ให้กลุ่มเหล่านี้กลับมาอีก เพราะเป็นปัจจัยที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวได้ดีได้มากระยะยาว
นอกจากนี้ อยากให้เร่งปรับปรุงระบบคมนาคมขนส่ง ทั้งระบบรางและสนามบินที่มีจำกัด ควรลงทุนเพิ่มสนามบินในเมืองเล็กๆ เพื่อให้โอกาสการท่องเที่ยวขยายตัว โดยการลงทุนเหล่านี้ภาครัฐไม่ควรรอนานเกินไป เพราะหากทำช้า ใช้เวลาคิดนาน คู่แข่งอย่างเวียดนามและพม่า ก็จะใช้โอกาสที่ไทยยังไม่มีทิศทางชัดเจน จับตลาดดึงลูกค้าจากไทยไป
การท่องเที่ยวไทยจะดีระยะยาวหรือไม่ คงต้องฝากความหวังไว้กับรัฐบาลชุดปัจจุบันแล้วว่าจะจัดระเบียบสิ่งไม่ดี พร้อมเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับการท่องเที่ยวเร็วแค่ไหน และขณะที่ทุกอย่างยังไม่ชัดเจน ก็เป็นความท้าทายของเอกชนในไทยที่ต้องไปหาโอกาสขยายธุรกิจในต่างประเทศบ้างเพื่อกระจายความเสี่ยงระยะยาว







