
เบนซ์คาดรถหรู4เดือนท้ายสุดคึก
แห่เปิดตัวรถรุ่นใหม่พร้อมจัดโปรฯหนักหวังปลุกยอดขาย
แห่เปิดตัวรถรุ่นใหม่พร้อมจัดโปรฯหนักหวังปลุกยอดขาย
เมอร์เซเดสเบนซ์ ชี้ตลาดรถหรู 4 เดือนสุดท้ายเปิดตัวใหม่อัดโปรโมชั่นคึก คาดดันยอดทั้งปี 2 หมื่นคัน
นายไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมช่วง 4 เดือนสุดท้าย (ก.ย.-ธ.ค.) ของปีนี้มีแนวโน้มการเติบโตดี จากการเตรียมการเปิดตัวรถยนต์หลายรุ่นในช่วงที่เหลือของผู้เล่นในตลาดรวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะในงานมหกรรมยานยนต์ (มอเตอร์เอ็กซ์โป) ช่วงปลายปีที่ถือได้ว่าเป็นช่วงฤดูกาลขายสุดท้ายของปีที่ยังเป็นทิศทางบวก
ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้ภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมจะมีตัวเลขปิดตลาดเกิน 2 หมื่นคัน จากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.8 หมื่นคัน หรือเติบโตกว่า 10% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากตลาดรถยนต์ประเภทนี้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองน้อยมาก ประกอบกับการจัดกิจกรรมการตลาดมีส่วนช่วยทำให้ตลาดมีอัตราเติบโต
สำหรับยอดขายของบริษัท 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) อยู่ที่ 6,100 คัน หรือเติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเปิดตัวรถยนต์ใหม่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวเมอร์เซเดสเบนซ์ รุ่น ซีแอลเอ ราคาเริ่มต้นที่ 4.495.09 ล้านบาท เป็นรถยนต์รุ่นที่มียอดขายสูงสุดของกลุ่มรถยนต์ในฝัน (ดรีมคาร์) ที่มีสัดส่วนยอดขาย 20% ของยอดขายรวมต่อปี
นายไมเคิล กล่าวว่า โควตาการนำเข้ารถยนต์ เมอร์เซเดสเบนซ์ ซีแอลเอ ถือได้ว่าเป็นสั่งออร์เดอร์นำเข้าที่เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ตั้งบริษัทในประเทศไทยโดยจะสามารถเริ่มส่งมอบได้ตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี
“รถยนต์รุ่นดังกล่าวในอดีตผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ (เกรย์มาร์เก็ต) มีสัดส่วนการขายเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากนี้จะลดลงด้วยการทำราคาขายที่เหมาะสมพร้อมการรับประกันจากศูนย์บริการมาตรฐานอีกทั้งการเปิดตัวรุ่นใหม่นี้ยังไม่มีการปรับเพิ่มราคาจากรุ่นเดิม แต่ได้เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานรวมถึงเทคโนโลยีใหม่หลายส่วนใส่ไว้ในรถคันนี้ และยังสามารถเลือกใส่อุปกรณ์พิเศษ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีหลากหลายยิ่งขึ้นได้อีกด้วย” นายไมเคิล กล่าว
สำหรับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทยถือได้ว่ามีความต้องการที่หลากหลายที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลกเท่าที่เมอร์เซเดสเบนซ์ ทำตลาดมา บริษัทแม่จึงได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยมากขึ้น เพราะถือว่าเป็นประเทศที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่ทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ดีเซล ไฮบริด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของบริษัท และมีการประกอบในประเทศไทย ซึ่งมีแนวโน้มในการนำเครื่องยนต์ดังกล่าวมาพัฒนาใส่ในรถยนต์รุ่นอื่นๆ ของบริษัทด้วย







