
TTCLจัดธุรกิจลูกสิงคโปร์
ก่อนไอพีโอเป้าผลิต1.45พันเมกะวัตต์จ่อหั่นรายได้ปีนี้หลังครึ่งปีแรกอืด
ก่อนไอพีโอเป้าผลิต1.45พันเมกะวัตต์จ่อหั่นรายได้ปีนี้หลังครึ่งปีแรกอืด
TTCL แต่งตัวบริษัทย่อยสิงคโปร์ ก่อนขายไอพีโอกำลังผลิตไฟฟ้า1,450 เมกะวัตต์ โบรกฯ หั่นเป้ากำไรปีนี้
นายกอบชัย ธนสุกาญจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมการที่จะนำบริษัท Toyo Thai Power Holdings ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2558
ทั้งนี้ บริษัท Toyo Thai Power Holdings มีลักษณะเป็นโฮลดิ้งคัมปะนีที่เข้าลงทุนและถือหุ้นในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานทดแทน ก่อนที่จะเข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์บริษัทจะต้องมีกำลังผลิตไฟฟ้าในพอร์ตรวม 1,450 เมกะวัตต์
สำหรับกำลังผลิตไฟฟ้ารวมที่จะเกิดขึ้นนั้นจะมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน 1,280 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 120 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 50 เมกะวัตต์ ขณะที่ธุรกิจพลังงานทดแทนอยู่ระหว่างการเจรจา
ล่าสุด ได้มีการทำรายการเกี่ยวโยงกันระหว่างบริษัท โกลบอล บิสซิเนส แมเนจเม้นท์ (GBM) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใน TTCL สัดส่วน 6.9% และ Toyo Thai SolarPower Pte., Ltd. (TTSP) โดย TTSP ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัท สยาม โซล่า เพาเวอร์ จาก GBM ในสัดส่วน 5%
ทั้งนี้ บริษัท สยาม โซล่า เพาเวอร์ ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ถือหุ้นโดย TTCL 25% และบริษัท GBM ถือหุ้น 5% ก่อนที่จะขายหุ้นให้กับ TTSP ทั้งหมด
สำหรับงานใหม่ของ TTCL ในปีนี้คาดว่าอยู่ประมาณ 1.52 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานในต่างประเทศ ขณะที่เป้าหมายรายได้ปีนี้ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท มาจากธุรกิจก่อสร้าง EPC 1.4 หมื่นล้านบาท และจะมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้า 2,000 ล้านบาท
“ช่วงที่เหลือของปีบริษัทอาจมีการปรับลดประมาณการรายได้ลง หลังจากครึ่งปีแรกผลดำเนินงานออกมาปรับตัวลดลงหลังจากงานที่ทำน้ำทะเลเป็นน้ำจืดมีต้นทุนที่สูงทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง” นายกอบชัย กล่าว
ขณะที่ผลดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก TTCL มีกำไรสุทธิ 299 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 475 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนงาน EPC เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงานก่อสร้างโครงการ Qatar’s Desalination และโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่ได้รับสัญญาก่อสร้างในปี 2556 เช่น โครงการโรงไฟฟ้า IRPC และ PPTC/SSUT ซึ่งโครงการเหล่านี้ทำให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิลดลงเหลือ 34% และ 11% ตามลำดับ
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ยังคงแนะนำซื้อหุ้น TTCL แม้ว่าได้ปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ลงถึง 51% เหลือ 533 ล้านบาท เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำมากในไตรมาส 2 และปรับลดกำไรปี 2558 ลง 36% เหลือ 833 ล้านบาท และปรับราคามูลค่าพื้นฐานใหม่ลดลงเป็น 39.บาท จากที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 47.60 บาท
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะยาวยังเป็นบวกแม้โครงการ Desalination ที่กาตาร์ได้กดให้กำไรต่ำลง แต่การก่อสร้างได้คืบหน้าไปถึง 70% แล้วรายได้ที่จะไปบันทึกในปีหน้าจะเหลือเพียง 500-600 ล้านบาท ส่วนข้อดีคือตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไปจะมีการใช้กำลังการผลิตเต็มที่สำหรับโรงไฟฟ้า ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นก็สูงกว่างาน EPC
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ 1,280 เมกะวัตต์ มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ที่ประเทศพม่า หากบริษัทได้รับก็ถือเป็นปัจจัยบวกที่ดีกับบริษัท และเรามีโอกาสปรับประมาณการให้ดีขึ้นต่อไป
ทั้งนี้ ได้มีการยื่นข้อเสนอไปแล้วตั้งแต่เดือน ก.พ. 2557 และการลงนามบันทึกสัญญาข้อตกลง คาดกันว่าจะลงนามในสัญญาได้ประมาณไตรมาส 4 นี้
ด้านราคาหุ้น TTCL พุ่งขึ้นแรง ปิดตลาดที่ 33.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 11.57%







