
ราคาร่วงหนัก
หลังตัวแทนชาวนายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี หลังราคาข้าวเปลือกในตลาดตกต่ำ เนื่องจากถูกพ่อค้ากดราคารับซื้อ
หลังตัวแทนชาวนายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี หลังราคาข้าวเปลือกในตลาดตกต่ำ เนื่องจากถูกพ่อค้ากดราคารับซื้อ
จินตนา ชัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า เร็วๆ นี้ จะเรียกผู้ประกอบการกลุ่มโรงสี เกษตรกร และผู้ส่งออกข้าว มาหารือถึงสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกตกต่ำและกำหนดมาตรการแก้ปัญหา
“เบื้องต้นได้รับแจ้งจากกลุ่มโรงสีว่าสาเหตุที่ราคาข้าวเปลือกในประเทศตกต่ำ เป็นเพราะมีการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาล แต่ความจริงแล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะกระทรวงพาณิชย์เพิ่งมีการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลเพียงรอบเดียวและในปริมาณไม่มาก จึงไม่น่าจะใช่สาเหตุที่แท้จริง ซึ่งจะมีการนำเรื่องนี้หารือกับปลัดกระทรวงพาณิชย์”
อย่างไรก็ตาม วงการค้าข้าวมองว่า ราคาข้าวสารตกลงอย่างรุนแรงในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ส่งออกชะลอการสั่งซื้อข้าวสารในประเทศ ทำให้โรงสีชะลอการซื้อข้าวเปลือก และปรับลดราคารับซื้อลงในสัดส่วนเดียวกัน ส่งผลให้ข้าวสารลดลงจากตันละ 1.3 หมื่นบาท เหลือ 1.2-1.22 หมื่นบาท หรือลดลง 800-1,000 บาท และราคาข้าวเปลือกลดลงเหลือตันละ 7,800-8,000 บาท จากตันละ 8,800-9,000 บาท
แหล่งข่าวจากผู้ส่งออกข้าวรายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า ราคาข้าวที่ปรับตัวลดลง ทั้งๆ ที่การส่งออกเดือน ก.ค.ทำสถิติส่งออกสูงสุดถึง 9.41 แสนตัน และระดับราคาส่งออกข้าวเอฟโอบียังทรงตัวตันละ 450-460 เหรียญสหรัฐ เป็นผลทางจิตวิทยาหลังกรมการค้าต่างประเทศเตรียมจะเปิดประมูลข้าวขาวรอบ 2 ซึ่งส่งผลให้ราคาข้าวลดลง
“ตอนประมูลข้าวรอบแรกราคาข้าวในตลาดซื้อขายกันที่ตันละ 1.3 หมื่นบาท แต่ตอนนี้ราคากลับร่วงลงมา และยังมีเรื่องที่ไม่สามารถส่งข้าวไปประเทศที่เชื้ออีโบลาระบาดได้ อาจเป็นเหตุให้ราคาข้าวร่วงลงอีก”
เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย บอกว่า การระบาดของเชื้ออีโบลากำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเรือชาร์เตอร์ไม่ส่งมอบข้าวที่ท่าเรือของแอฟริกา ทำให้ผู้ส่งออกข้าวไทยเดือดร้อน







