
รถเกรย์ทุบราคาระบายสต๊อก
บีอาร์จีชี้ตลาดรถยนต์นำเข้า 7 เดือนไม่ฟื้น เปิดสงครามราคาระบายสต๊อกหนีดอกเบี้ย ห่วงกระทบภาพลักษณ์ตลาดด้านบริการหลังการขาย
บีอาร์จีชี้ตลาดรถยนต์นำเข้า 7 เดือนไม่ฟื้น เปิดสงครามราคาระบายสต๊อกหนีดอกเบี้ย ห่วงกระทบภาพลักษณ์ตลาดด้านบริการหลังการขาย
นายสมศักดิ์ ศรีรัตนประภาส ประธานกรรมการบริหาร บีอาร์จี กรุ๊ป ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ (เกรย์มาร์เก็ต) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์นำเข้า 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ของปี 2557 ตลาดชะลอตัวจากสภาวะเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้ผู้นำเข้าอิสระชะลอการทำตลาดรวมทั้งปิดตัวไปถึง 30% โดยเฉพาะผู้นำเข้ารถยนต์อิสระรายเล็กที่มีปริมาณการนำเข้าไม่มากและไม่มีการบริการหลังการขาย
นอกจากนี้ ปัญหาการตรวจสอบมาตรฐานการนำเข้าที่ล่าช้าของสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยังส่งผลต่อการนำเข้ารถยนต์ จึงทำให้หลายบริษัทไม่มีรถยนต์รุ่นใหม่เข้ามาจำหน่าย
ขณะเดียวกัน ยังส่งผลให้เกิดการแข่งขันในตลาดด้านราคาที่รุนแรง เนื่องจากปัจจุบันมีผู้นำเข้ารถยนต์อิสระเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาปริมาณรถยนต์ค้างสต๊อก ทำให้แต่ละบริษัทใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นเครื่องมือในการทำตลาดเพื่อระบายสต๊อกและลดปัญหาต้นทุนจากอัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นตลอดเวลา
“ปัญหารถยนต์ค้างสต๊อกของผู้นำเข้ารถยนต์อิสระส่งผลให้เกิดการแข่งขันของสงครามราคาจนกระทั่งบางรายยอมขาดทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงเนื่องจากเมื่อลดราคาแล้วนั้น ความสามารถในการดำเนินธุรกิจจะลดลงตามจนอาจเกิดการทิ้งลูกค้าและจะกระทบ ต่อความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงในอนาคต” นายสมศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายและฟื้นตัวขึ้น โดยคาดว่าปี 2557 ภาพรวมตลาดรถยนต์นำเข้าอิสระในประเทศไทยจะเติบโตได้ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับยอดขายของบริษัท 7 เดือนของ ปีนี้อยู่ที่ 288 คัน เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทั้งปีตั้งเป้าอยู่ที่ 630 คัน ซึ่งมองว่าหลังจากนี้บริษัทจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามที่วางไว้จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายรวมถึงแผนการตลาดที่วางไว้และการเข้าร่วมงานมหกรรมจัดแสดงรถยนต์ต่างๆในช่วงปลายปี
แหล่งข่าวจากวงการรถยนต์นำเข้า เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์นำเข้าในขณะนี้มี การแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง ด้วยการลดราคารถยนต์ในรุ่นยอดนิยมต่างๆ ในระดับ 15-20% จากราคาเปิดตัว ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวเกิดขึ้นจากผู้ประกอบการนำเข้ารถยนต์อิสระรายเล็กที่มีความได้เปรียบในการทำตลาดเนื่องจากไม่ต้องประชาสัมพันธ์และพัฒนาบริการหลังการขายซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงในธุรกิจดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการรถยนต์นำเข้าอิสระรายใหญ่มีความเสียเปรียบด้านการแข่งขัน
“สถานการณ์ดังกล่าวในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประกอบธุรกิจอย่างจริงจังของตลาด ซึ่งจะต้องจับตาดูหลังจากนี้ไปว่าสายป่านเงินทุนของผู้ประกอบการจะเป็นตัวคัดกรองให้ดำเนินธุรกิจอยู่ได้ต่อไป” แหล่งข่าวกล่าว







