posttoday
สิ่งทอปากีสถาน เรื่องของแขกขายผ้า (3)

สิ่งทอปากีสถาน เรื่องของแขกขายผ้า (3)

02 กันยายน 2557

“ผ้า” ที่ผลิตจากโรงงานที่แมนเชสเตอร์เป็นสินค้าจากโรงงานอุตสาหกรรมอย่างแรกของอังกฤษที่ส่งออกขายต่างประเทศ

“ผ้า” ที่ผลิตจากโรงงานที่แมนเชสเตอร์เป็นสินค้าจากโรงงานอุตสาหกรรมอย่างแรกของอังกฤษที่ส่งออกขายต่างประเทศ

แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่มากอีกอย่างหนึ่งของโลกที่ต่อเนื่องมาจากอุตสาหกรรมการผลิตผ้าของอังกฤษคือการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ซึ่งนำไปสู่การเกิดระบบเศรษฐกิจและการเมืองในโลกใหม่ ทำให้โลกปั่นป่วนเป็นการใหญ่ในเวลาต่อมา

เมื่อฝ้ายที่ปลูกจาก British India ในขณะนั้น คือ ปากีสถานและอินเดียในปัจจุบันนี้ ได้ถูกล่องเรือมายังแมนเชสเตอร์ได้กลายเป็นวัตถุดิบมาเพิ่มสัดส่วนแทนขนแกะ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่แมนเชสเตอร์เคยทอกันตามบ้านแล้วส่งออกขายในยุโรปไม่น้อยกว่า 200 ปีก่อนหน้านั้น

การนำเข้าฝ้ายจาก British India ในระยะแรกถูกต่อต้านจากพวกเลี้ยงแกะในอังกฤษ เพราะทำให้รายได้จากการขายขนแกะของพวกนั้นลดวูบลง สภาต้องออกกฎหมายคุ้มครองปริมาณนำฝ้ายจาก British India อยู่ตั้ง 30 ปี แต่หลังจากตลาดต่างประเทศโตมากขึ้นกฎหมายนี้ก็ยกเลิกไป

ฝ้ายจาก British India ทำให้โรงงานปั่นด้ายและทอผ้าในแมนเชสเตอร์เพิ่มขึ้นมากมาย แต่เนื่องจากอังกฤษได้ประกาศเลิกทาสไปตั้งแต่ ค.ศ. 1833 ทำให้ขาดแคลนแรงงาน คนบ้านนอกอพยพเข้ามาหางานทำที่โรงงาน เกิดสลัมเต็มเมือง

คนอยู่กันอย่างไร้สุขอนามัย น้ำเน่า ขยะ โรคระบาด อหิวาต์ (อีโบลายังไม่มา) ฯลฯ ครอบครัวอุ้มเด็กตัวเล็กๆ เข้าไปร่วมทำงานในโรงงาน

อาจารย์ของผู้เขียนที่นิเทศ จุฬาฯ เคยบอกว่า ใครอยากเห็นบรรยากาศและเรื่องราวของสังคมอังกฤษยุคนั้นจริงๆ ให้ไปอ่านวรรณกรรม Charles Dickens ยังไม่ได้อ่านค่ะ แต่เพื่อนติวให้ฟังก่อนเข้าห้องสอบ แฮ่

นั่นเป็นเรื่องในมุมมืด แต่แมนเชสเตอร์ในอังกฤษก็ยังเป็นเมือง อันโชติช่วงชัชวาลที่ยุโรปทั้งหมดหันมามอง

หลายคนจากต่างประเทศหอบเงินมาลงทุน มาถือหุ้น และมาตั้งกิจการทอผ้าที่แมนเชสเตอร์ เพราะทุกอย่างในการลงทุนที่แมนเชสเตอร์มัน งดงามจริงๆ

เครื่องจักร ถ่านหิน วัตถุดิบ Logistics รถไฟ เรือ ท่าเรือ แรงงาน ตลาดรับสินค้า ฯลฯ

โอ พระเจ้า อะไรๆ มันดูดีไปหมด

จะเห็นว่าหลังจากอังกฤษจัดการจักรพรรดินโปเลียนได้แล้ว อังกฤษ เก่งขึ้นมากผิดตา พอมาถึงสมัยพระนางเจ้า Victoria อังกฤษพิสูจน์ให้เห็นถึงฝีมือที่เหนือชั้นขึ้นไปอีก

เพราะคนอังกฤษทำงานอย่างมีจินตนาการค่ะ

แต่ท่านผู้อ่านคะ ขณะที่แมนเชสเตอร์กำลังหอมกรุ่นอยู่ในกลิ่นอวลของการลงทุนและกำไร เหตุการณ์ที่แมนเชสเตอร์ที่สำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นต้นธารที่นำไปสู่การสะเทือนโลกอีกอย่างหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้น

นักลงทุนชาวเยอรมันครอบครัวหนึ่ง มาตั้งโรงงานทอผ้าที่แมนเชสเตอร์ และพยายามให้ลูกชายคนหนึ่งเข้าดูแลกิจการนี้

แต่ลูกชายที่ครอบครัวนั้นส่งมาดูแลกิจการเมื่อได้เห็นสภาพของการใช้แรงงานทั้งที่โรงงานของพ่อตนเองและโรงงานในแมนเชสเตอร์แล้วถอดใจ

“พ่อครับ ทำไมมัน (โคตร) เลวร้ายอย่างนี้ พ้ม ม่าย เข้า จาย จิง จิง”

ลูกชายเจ้าของโรงงานนั้นชื่อ Friedrich Engels ค่ะ

เขาคนนี้แหละคือผู้หนึ่งที่จะมาสร้างเรื่องเขย่าโลกหลังสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมที่แมนเชสเตอร์

บางท่านอาจยังงงๆ หรืออาจไม่คุ้นกับชื่อ Friedrich Engels ว่าเป็นใครและจะมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงสังคมต่อไปอย่างไร

แต่หากผู้เขียนจะเปิดเผยชื่อเพื่อนคู่ซี้ของเขาให้ฟังอีกคนแล้วท่านผู้อ่านต้องร้อง “อ๋อ” แน่นอนค่ะ

ก็ Karl Marx ไงละคะ

เขียนเรื่องแขกขายผ้า แต่จะขอนำผู้อ่านแวะมาหาคู่ซี้ Duo สองคนนี้ซะหน่อย อย่าเพิ่งไปไหนกันนะคะ ตอนหน้าหนุกค่ะ

(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่