
นกแอร์ใช้สกู๊ตดึงผู้โดยสาร
ช่วงที่เหลือปีนี้ไตรมาส4ขึ้นได้15%เตรียมรับเครื่องใหม่2ลำต.ค.บินลำปาง
ช่วงที่เหลือปีนี้ไตรมาส4ขึ้นได้15%เตรียมรับเครื่องใหม่2ลำต.ค.บินลำปาง
นกแอร์หวังสกู๊ตใช้ฐานบินดอนเมือง ช่วยเพิ่มผู้โดยสารไตรมาส 4 ขึ้น 15% เริ่มสิงคโปร์
นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการของนกแอร์ในไตรมาส 3 ปีนี้ คาดจะขาดทุนลดลงเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 2 หลังจากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ คาดผลประกอบการบริษัทจะกลับมามีกำไรในช่วงไตรมาส 4 นี้ หรือยังมองภาพรวมทั้งปีเป็นบวก โดยเชื่อว่าภายหลังจำนวนเครื่องบินและเส้นทางบินเพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อผลประกอบการที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ คาดอัตราบรรทุกผู้โดยสาร หรือโหลดแฟกเตอร์ ในไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 80% จากในไตรมาส 2 อยู่ที่ 7677% และคาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ระดับ 7980% จากปีก่อนอยู่ในระดับ 8085%
นอกจากนี้ การย้ายฐานปฏิบัติการบินใหม่ของ “สกู๊ต” ซึ่งเป็นสายการบินพันธมิตรจากสิงคโปร์ ถือเป็นการขยายเครือข่ายเส้นทางบินทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงรองรับความร่วมมือของการเดินทางของผู้โดยสารหลายเส้นทางในอนาคต โดยคาดว่าสกู๊ตจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารให้นกแอร์เพิ่มขึ้น 1015% และจะส่งผลให้มาร์เก็ตแชร์ของนกแอร์ในตลาดโลว์คอสต์เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 27% โดยตั้งเป้าหมายมีจำนวนผู้โดยสารปีนี้จำนวน 78 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม จะให้บริการเชื่อมต่อเที่ยวบินโดยใช้จุดแข็งของเส้นทางบินในประเทศของสายการบินนกแอร์ และเส้นทางบินระหว่างประเทศที่ให้บริการโดยสกู๊ต เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจการบิน ส่วนสายการบินสกู๊ตจะให้บริการเส้นทางสิงคโปร์ดอนเมือง วันละ 1 เที่ยวบิน ใช้เครื่องบินโบอิ้ง รุ่น 777200 รองรับผู้โดยสารกว่า 402 ที่นั่ง
นายพาที กล่าวอีกว่า ภายในปีนี้มีแผนรับมอบเครื่องบินใหม่ 5 ลำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการให้บริการได้อีก 25% โดยตอนนี้รับมอบมาแล้ว 3 ลำ รวมถึงมีแผนเพิ่มเส้นทางบินภายในประเทศใหม่ๆ คือ จ.ลำปาง โดยจะเริ่มบินเส้นทางดังกล่าวในเดือน ต.ค.นี้ และในอนาคตจะเพิ่มเส้นทางสู่ จ.สุรินทร์ หลังจากที่ได้เพิ่มเส้นทางบินสู่ขอนแก่นในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับการแข่งขันของสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ในปัจจุบันค่อนข้างแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยเป็นผลมาจากดีมานด์ หรือความต้องการการเดินทางของผู้โดยสารไม่สมดุลกับจำนวนเครื่องบิน หรือซัพพลาย ดังนั้นเมื่อซัพพลายล้นจึงส่งผลให้เกิดการตัดราคาเที่ยวบิน ทั้งนี้บริษัทได้จัดทำโปรโมชั่นและกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรโมชั่นราคาต่ำ
ด้าน นายเกษม วงษ์สมศรี รักษาการรองผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย กล่าวว่า ภายหลังจากที่ “สกู๊ต” เข้ามาให้บริการที่สนามบินดอนเมือง จะส่งผลให้มีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการที่สนามบินเพิ่มขึ้น สำหรับในปีนี้คาดว่าจำนวนผู้โดยสารโดยรวมจะเพิ่มขึ้น 20% หรืออยู่ที่ 18 ล้านคน จากในปีก่อนอยู่ที่ 16 ล้านคน ซึ่งภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวของผู้โดยสารในช่วงโลว์ซีซั่นที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6 หมื่นคน/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 30% โดยในปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 4 หมื่นคน/วัน







