PTTGCต้นทุนพุ่ง
ใช้แอลพีจีในการผลิต20%กดกำไร ขยับถือหุ้นVencorexจาก51%เป็น85%
ใช้แอลพีจีในการผลิต20%กดกำไร ขยับถือหุ้นVencorexจาก51%เป็น85%
นักลงทุนทิ้งหุ้น PTTGC หวั่นปรับโครงสร้างราคาก๊าซทำต้นทุนพุ่ง หลังใช้แอลพีจีผลิตประมาณ 20%
นักลงทุนยังคงเกาะติดนโยบายการปรับโครงสร้างพลังงานต่อเนื่อง แต่ยังคงมีการขายหุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ส่งผลให้ปิดตลาดเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมาที่ 62 บาท ลดลงอีก 1.75 บาท หรือ 2.75%
ขณะที่บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ฟื้นตัวกลับมาได้ โดย PTT ปิดที่ 321 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วน PTTEP ปิด 164.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า นักลงทุนยังคงกังวลเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจทำให้ PTTสูญเสียรายได้บางส่วนไป รวมถึงยังมีประเด็น เรื่องการโอนท่อก๊าซคืนให้รัฐ และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือที่อาจจะต่ำลง รวมถึงถ้ามีการปรับลดค่าการตลาดก็จะกดดันกำไรให้น้อยลงด้วย
อย่างไรก็ตาม PTTGC อาจจะต้องมีการซื้อก๊าซแอลพีจีจาก PTT ในราคาที่สูงขึ้นถ้ามีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันในกระบวนการผลิต PTTGC มีการใช้ก๊าซแอลพีจีเป็นวัตถุดิบในการผลิตประมาณ 20% ซึ่งหากราคาก๊าซปรับตัวเพิ่มขึ้นก็จะทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น และจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในที่สุด
สำหรับ PTTEP มีผลกระทบจำกัด เพราะการกำหนดราคาขายและต้นทุนเป็นไปตามราคาตลาด
ทั้งนี้ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นพลังงานเท่าตลาด แต่ให้เน้นการลงทุนไปที่กลุ่มโรงไฟฟ้า บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ซึ่งธุรกิจมีความมั่นคงสูงและจ่ายปันผลดี
นายกัญจน์ ปทุมราช ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นต้น รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTGC กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2557 บริษัท PTTGC International (Netherlands) B.V. (PTTGC Netherlands) ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ 100% ผ่านทางบริษัท PTT Chemical International Private Limited (เป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 100%) ได้ทำการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มในบริษัท Vencorex Holding (Vencorex) จำนวน 34% จากบริษัท Perstorp Holding AB และมีผลทำให้กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นใน Vencorex เพิ่มจาก 51% เป็น 85%
ทั้งนี้ ณ วันที่เข้าซื้อ PTTGC Netherlands ได้ชำระค่าหุ้นเบื้องต้นตามที่ตกลงกัน และจะชำระส่วนที่เหลือในอนาคต โดยมูลค่ารวมของหุ้นที่ซื้อขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของ Vencorex สำหรับปี 2557 และ 2558 อย่างไรก็ตามการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มบริษัทใน Vencorex ดังกล่าว ทำให้บริษัทเพิ่มความสามารถในการดำเนินการตามกลยุทธ์เพื่อก้าวสู่ธุรกิจปลายน้ำที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคตได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถสรุปได้ดังนี้
ประการแรก สามารถบริหารจัดการและกำหนดทิศทางกลยุทธ์ของ Vencorex เพื่อให้ Vencorex เป็นฐานในการต่อยอดสู่ธุรกิจโพลียูรีเทน (PU) ตามกลยุทธ์ที่บริษัทได้วางไว้
ประการที่สอง สนับสนุน Vencorex ในประเทศฝรั่งเศสให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ Isocyanate ประการที่สาม เพิ่มโอกาสในการขยายฐานการผลิต Toluene diisocyanate (TDI) Hexamethylene diisocyanate (HDI) และ HDI Derivativesมาที่ทวีปเอเชีย เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
Vencorex เป็นผู้ผลิตและเป็นเจ้าของเทคโนโลยีในการผลิต Isocyanate ที่มีบทบาทสำคัญในตลาดยุโรป โดยเฉพาะเคมีภัณฑ์ในกลุ่ม TDI HDI และ HDI Derivatives ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตพลาสติก PU ที่มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการผลิตโฟมและสารเคลือบในอุตสาหกรรมยานยนต์และสิ่งก่อสร้าง
สำหรับที่ประชุมคณะกรรมการไทยออยล์ (TOP) อนุมัติจ่ายปันผลหุ้นละ 0.56 บาท
ด้านตลาดหุ้นไทยดัชนีปิดที่ 1,561.63 จุด เพิ่มขึ้น 2.58 จุด มูลค่าการซื้อขาย 48,744.8 ล้านบาท







