
ขสมก.โละ6พันคน
เสนอแผนฟื้นฟูฐานะให้คมนาคม28ส.ค.นี้เลิกเช่าอู่เอกชนขึ้นค่าโดยสาร1บาท
เสนอแผนฟื้นฟูฐานะให้คมนาคม28ส.ค.นี้เลิกเช่าอู่เอกชนขึ้นค่าโดยสาร1บาท
เปิดแผนฟื้นฟู ขสมก. ลดการเช่าอู่ ลดคนลง 6,000 คน ปรับค่าโดยสาร 1 บาท
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการได้การพิจารณาปรับแผนฟื้นฟู ขสมก.ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน เพื่อสรุปรายละเอียดให้กระทรวงคมนาคมภายในวันที่ 28 ส.ค.นี้ ก่อนจะเสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซูเปอร์บอร์ด) พิจารณาอนุมัติ
นางปราณี ศุกระศร กรรมการ ขสมก. กล่าวว่า แผนฟื้นฟู ขสมก.มีระยะ 10 โดยจะปรับการบริหารจัดการทั้งระบบ ทั้งจัดหารถเมล์ใหม่ ปรับลดเส้นทางเดินรถ ปรับลดบุคลากร ส่วนหนี้สินสะสมที่มีอยู่ 9 หมื่นล้านบาท ได้เสนอให้รัฐบาลหาทางช่วยเหลือ เพราะมีผลต่อภาระดอกเบี้ยที่ ขสมก.แบกรับอยู่ปีละกว่า 240 ล้านบาท
นอกจากนี้ ได้เสนอขอปรับค่าโดยสารในปี 2561 สำหรับรถธรรมดา (รถร้อน) และรถปรับอากาศเพิ่มขึ้นอีก 1 บาท เพื่อให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้
นางปราณีชี้แจงว่าแผนการจัดหารถเมล์ใหม่จะลดต้นทุนดำเนินการได้มากถึง 2 ใน 3 โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมัน ส่วนการปรับลดพนักงานนั้นจะนำระบบการจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (อีทิคเก็ต) เข้ามาใช้ ซึ่งจะลดพนักงานเก็บค่าโดยสารได้ 6,000 คน จากปัจจุบันที่มีพนักงาน 1.3 หมื่นคน
“ในปี 2558 พนักงานจะเกษียณมากถึง 500 คน และตามแผนเมื่อครบ 10 ปี จะปรับลดพนักงานลงเหลือ 6,000-8,000 คน” นางปราณี กล่าว
นอกจากนี้ ได้เสนอให้ยกเลิกการเช่าอู่จอดรถในปัจจุบันมาเป็นการขอใช้พื้นที่ส่วนราชการแทน ซึ่งแผนฟื้นฟู ขสมก. ทั้งหมดจะทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลงมากกว่า 50%
นางปราณี กล่าวว่า แผนการจัดหารถเมล์ใหม่จะเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดภาระต้นทุนของ ขสมก.ลงได้มากที่สุด ซึ่งตามแผนจะรับมอบรถครบทั้งหมดภายในปี 2558 และปลดระวางรถเก่าหมด พร้อมกับดำเนินการปรับปรุงเส้นทางรถเดินรถเมล์ จะเริ่มเห็นว่าภาระค่าใช้จ่ายของ ขสมก.จะลดลงทันที โดยเฉพาะต้นทุนจากเชื้อเพลิงไม่ต่ำกว่า 30%
ส่วนการปรับลดพนักงานลงจะลดค่าใช้จ่ายลงได้อีก 30% ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ
สำหรับ ในส่วนการปรับลดพนักงานนั้น มี 2 ส่วน ส่วนที่เป็นพนักงานที่เกษียณในแต่ละปีประมาณ 200 – 300 คน แต่ปี 2558 จะเกษียณมากถึง 500 คน หากเป็นพนักงานประจำสำนักงานก็จะไม่มีการพิจารณารับเพิ่ม ส่วนพนักงานเก็บค่าโดยสารหากใช้ระบบการจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติก็จะต้องให้พนักงานในส่วนนี้ไปทำหน้าที่อื่นแทน แต่การปรับลดจะต้องใช้เวลา ไม่สามารถบังคับให้ออกได้ ยกเว้นจะขอเกษียณก่อนกำหนดด้วยความสมัครใจหรือเออรี่รีไทร์ แต่ตามแผนเมื่อครบ 10 ปี จะมีการปรับลดพนักงานลงเหลือประมาณ 6 – 8 พันคน จากปัจจุบันมีพนักงานทั้งสิ้น 1.3 หมื่นคน







