
‘TUF’รุกต่างชาติ
ซื้อกิจการนอกดันยอดขาย5พันล้านเหรียญพร้อมแผนลงทุนใหม่ต่อเนื่องเสริมโต
ซื้อกิจการนอกดันยอดขาย5พันล้านเหรียญพร้อมแผนลงทุนใหม่ต่อเนื่องเสริมโต
TUF ชูกลยุทธ์ลุยซื้อกิจการต่างประเทศ ดันยอดขายปี 2558 เข้าเป้า 5,000 ล้านเหรียญ
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เปิดเผยว่า ในปี 2558 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายสกุลเงินเหรียญสหรัฐไว้ที่ประมาณ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะมาจากแผนการเข้าซื้อกิจการต่อเนื่องในต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโต ซึ่งมีโอกาสที่เกิดขึ้นภายใน 1216 เดือนข้างหน้านี้ ควบคู่กับแผนขยายการลงทุนใหม่ๆ และฐานธุรกิจเดิมปัจจุบัน
นโยบายการเข้าซื้อกิจการจะเน้นให้ความสำคัญกับธุรกิจต่างประเทศเป็นหลักใน 6 หมวดธุรกิจหลักที่ดำเนินอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่เป็นตลาดและฐานการผลิตปัจจุบันที่มีของบริษัท
“มีเวลาอีก 1216 เดือนในการหาดีลซื้อกิจการเพื่อให้เป้ายอดขายถึงตามเป้าหมายปี 2558 มีคุยตลอด เพราะเฉพาะจากฐานธุรกิจปัจจุบันการเติบโตแบบเดิมยอดขายเต็มที่ยอดขายปีหน้าจะอยู่ที่ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และวางเป้าหมายปี 2563 จะมียอดขายที่ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.4 แสนล้านบาท” นายธีรพงศ์ กล่าว
สำหรับกลยุทธ์ในการเข้าซื้อกิจการเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตที่เราทำมาต่อเนื่อง ซึ่งยังอยู่ใน 6 หมวดธุรกิจของบริษัทที่ทำอยู่เดิม ตอนนี้มีสินทรัพย์อีกจำนวนมากที่คนมองไม่เห็นขนาด 2,000-3,000 ล้านบาท ในตลาดที่อยากขายแม้ราคาอาจเพิ่มสูงขึ้นบ้าง
ปัจจุบันบริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งจากกระแสเงินสด (Free Cash Flow) ณ สิ้น 6 เดือนแรกปี 2557 ที่ประมาณ 6,400 ล้านบาท ที่พร้อมใช้ลงทุน ประกอบกับยังมีความสามารถในการกู้เพิ่มจากอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ที่อยู่ในระดับต่ำ ปัจจุบันที่ประมาณ 0.8 เท่า โดยสิ้นปีนี้น่าจะลดลงเหลือประมาณ 0.7 เท่า โดยไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนเพื่อรองรับแผนการเข้าซื้อกิจการในช่วง 12-16 เดือนดังกล่าว
อย่างไรก็ดี บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาลงทุนเพื่อร่วมทุนธุรกิจผลิตแหล่งวัตถุดิบธุรกิจเลี้ยงและแปรรูปกุ้งกับพันธมิตรในประเทศอินเดีย หลังบริษัทเข้าไปร่วมทุนถือหุ้นสัดส่วนที่ 25% ในบริษัทผู้ผลิตอาหารกุ้งซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์อินเดีย และอยู่ระหว่างการศึกษาการร่วมทุน เพื่อร่วมทุนธุรกิจผลิตแหล่งวัตถุดิบธุรกิจเลี้ยงและแปรรูปกุ้งกับพันธมิตร เพื่อกระจายความเสี่ยงของฐานธุรกิจกุ้งในประเทศหลังเกิดปัญหาโรคระบาดตายด่วน (อีเอ็มเอส) ในปี 2556
นายธีรพงศ์ กล่าวว่า ในปี 2557 ยังมั่นใจว่ายอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ประมาณ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยยอดขายช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสามารถทำยอดขายได้สัดส่วน 45% ของเป้าหมายยอดขายดังกล่าว
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปี 2557 จะอยู่ที 1516% หลังจากครึ่งปีแรกมาอยู่ที่ 16.9% สูงขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ในระดับ 12.61% เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจแบรนด์อาหารที่อัตรากำไรที่ดี
ทั้งนี้ ช่วงครึ่งปีแรก 2557 มีสัดส่วนประมาณ 45% ของเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีนี้ โดยเฉพาะธุรกิจผลิตและจำหน่ายปลาทูน่า เนื่องจากมีต้นทุนวัตถุดิบปลาทูน่าที่ลดลงค่อนข้างมาก โดยราคาปรับลดลงต่อเนื่องจากปี 2556 ที่ 1,956 เหรียญสหรัฐ/ตัน โดยเดือน ก.ค. 2557 ลงมาที่ประมาณ 1,800 เหรียญสหรัฐ/ตัน และปัจจุบันลงมาที่ 1,500 เหรียญสหรัฐ/ตัน
ราคาหุ้น TUF ปิดที่ 67.50 บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางดัชนีหุ้นไทยที่ปรับขึ้นเล็กน้อย 4.41 จุด หรือ 0.28% มาปิดที่ 1564.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 44,848.96 ล้านบาท
กำไรไตรมาส 2 ของ TUF แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด จากอัตรากำไรขยายตัวโดดเด่นจากการปรับราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบลดลง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดกำไรไตรมาส 3 เติบโตดียิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นไฮซีซั่น ธุรกิจแบรนด์ทูน่ายังแข็งแกร่ง ธุรกิจกุ้งได้รับผลบวกจากการมีผลผลิตกุ้งมากขึ้น นอกจากนั้นกิจการในสหรัฐคาดจะฟื้นตัว
อย่างไรก็ดี ผลจากแผนจะรุกซื้อกิจการ ทำให้ บล.แห่งนี้ปรับคำแนะนำจากขายทำกำไรเป็นซื้อเก็งกำไร







