
กลุ่มจีสตีลโล่งงบปีถึงตลท.
กลุ่มจีสตีล โล่ง!! ส่งงบปี 2556 ทันเส้นตาย ผลงานดีขึ้นหลังกลับมาผลิตเหล็ก
กลุ่มจีสตีล โล่ง!! ส่งงบปี 2556 ทันเส้นตาย ผลงานดีขึ้นหลังกลับมาผลิตเหล็ก
นายริวโซ โอกิโน กรรมการ บริษัท จีสตีล (GSTEL) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท จีสตีล ได้นำส่งงบการเงินปี 2556 ให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ตามกำหนด 27 ส.ค.แล้ว และจะทยอยส่งงบการเงินไตรมาสแรก และ2 สัปดาห์แรกเดือน ก.ย.นี้ เพื่อให้หลักทรัพย์ของ GSTEL และจี เจ เอส (GJS) กลับมาซื้อขายได้ตามปกติ
สำหรับผลประกอบการปี 2556 ทั้งสองบริษัทผู้สอบบัญชีได้แสดงความเห็นต่องบการเงินในรายงานการสอบบัญชีเป็นแบบไม่มีเงื่อนไข
บริษัท GSTEL งบปี 2556 ขาดทุนสุทธิ 1,250.84 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 3,361.65 ล้านบาท หรือดีขึ้น 72.88% เทียบช่วงเดียวกันปี 2555 ที่ขาดทุน 4,612.49 ล้านบาท
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ขาดทุนรวมขั้นต้นลดลง เกิดจากปริมาณการขายที่ลดลง ซึ่งปี 2556 มีรายได้จากการขายรวม 9,700 ล้านบาท เทียบกับปี 2555 มีรายได้การขายรวม 13,107 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทได้รับหนังสือผ่อนชำระกับกรมสรรพากร ทำให้ค่าเบี้ยปรับลดลง มีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ 1,539 ล้านบาท จากความสำเร็จในโครงการแปลงหนี้เป็นทุน และการปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้การค้าหลายราย
ด้านบริษัท GJS งบปี 2556ขาดทุนสุทธิ 1,599 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 437 ล้านบาท หรือดีขึ้น 21.46% เทียบกับปี 2555 ที่ขาดทุน 2,036ล้านบาท
ปี 2556 มีรายได้การขาย 9,777 ล้านบาท ขาดทุนขั้นต้น 596 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนขาดทุนขั้นต้น 342 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายลดลงมากกว่าต้นทุนขายที่ลดลง และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 33 ล้านบาท
“ปี 2556 จีเจสตีลประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้การค้าหลายราย ทำให้ต้นทุนการเงินปี 2556 ต่ำกว่าปี 2555 ซึ่งต้นทุนการเงิน 213 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 58% รวมทั้งได้รับอนุมัติให้ผ่อนชำระหนี้สินกับกรมสรรพากร” บริษัทระบุ
ทั้งนี้ กลุ่มจีสตีลกลับมาผลิตเหล็กรีดร้อน โดยจีเจสตีลเริ่มผลิตตั้งแต่กลางปี 2555 และจีสตีลผลิตต้นเดือน เม.ย. 2557 ทำให้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การส่งงบปี 2556 สามารถกลับมาซื้อขายได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ตลท. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยกลุ่มจีสตีลจึงได้เร่งที่จะส่งงบไตรมาสแรกและ 2 ต้นเดือน ก.ย. เพื่อให้ครบคุณสมบัติของหุ้นที่จะกลับมาซื้อขาย







