
รุ่งโรจน์หรือรุ่งริ่ง
ถูกเรียกตัวให้มานั่งเป็นบอร์ดทีโอทีอีกครั้งในยุคกองทัพบริหารบ้านเมือง หลังจากที่เคยได้รับความไว้วางใจ เมื่อครั้งรัฐประหารปี 2549 และ พล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นประธานบอร์ดทีโอที
ถูกเรียกตัวให้มานั่งเป็นบอร์ดทีโอทีอีกครั้งในยุคกองทัพบริหารบ้านเมือง หลังจากที่เคยได้รับความไว้วางใจ เมื่อครั้งรัฐประหารปี 2549 และ พล.อ.สะพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นประธานบอร์ดทีโอที
กลับมารอบนี้ในยุคที่ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ รองเสนาธิการทหารบก เป็นประธานบอร์ด ชิต เหล่าวัฒนา บอกว่า จะต้องเห็นทีโอที “รุ่งโรจน์” ไม่ใช่ “รุ่งริ่ง”
ดังนั้น ในวันที่ประชุมบอร์ดนัดแรกก็ไฟเขียวแผนฟื้นฟูองค์กรเร่งด่วนให้ลงทุนโครงการระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศเส้นทางเอเชียยุโรป (AAE1) วงเงิน 1,408 ล้านบาททันที ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่จะสร้างรายได้แห่งอนาคตให้ทีโอที
แถมยังเคลมว่า เมื่อ 7 ปีก่อน บอร์ดยุคนั้นสามารถพลิกฟื้นทีโอทีให้มีรายได้สูงถึง 6 หมื่นล้านบาท ต่อให้ไม่รวมสัมปทานก็ยังมีรายได้เหนาะๆ 4 หมื่นล้านบาท และในครั้งนี้ก็เช่นกันจะต้องเห็นทีโอทีดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน
แต่... อย่าลืมว่า ตอนนั้นสถานะทีโอทียังแข็งแรงกว่าตอนนี้มากนัก ทั้งรายได้สัมปทานที่อู้ฟู่ ความสมัครสมานกลมเกลียวของพนักงานในองค์กรต่างจากตอนนี้ที่อะไรๆ ก็ดูจะไม่เหมือนเดิม เริ่มจากผลประกอบการปีนี้ ที่จะขาดทุนเบาะๆ 8,900 ล้านบาท แค่นั้นเอง
สงสัยจะได้เห็นความ “รุ่งริ่ง” มากกว่า “รุ่งโรจน์” ซะล่ะมั้ง งานนี้







