posttoday
ผ่าพฤติกรรมคนไทยซื้อของบนเฟซบุ๊ก

ผ่าพฤติกรรมคนไทยซื้อของบนเฟซบุ๊ก

27 สิงหาคม 2557

เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ผู้ใช้คนไทยนิยมเป็นอันดับต้นๆ คงต้องยกให้ “เฟซบุ๊ก” ซึ่งจากผลวิจัยเชิงลึกของทีเอ็นเอส บริษัทผู้วิจัยตลาดออนไลน์ให้กับเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนไทยเมื่อไตรมาส 2/2557 มากถึง 27 ล้านคนแล้วซึ่งในจำนวนนี้มากกว่า 90% เข้าเฟซบุ๊กผ่านมือถือ หรือสมาร์ทโฟนและจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กในไทยมากกว่าแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ คิดเป็นสัดส่วน 96% รองลงมาเป็น ยูทูป 85% ตามด้วยไลน์ 83% และกูเกิลพลัส 60%

เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ผู้ใช้คนไทยนิยมเป็นอันดับต้นๆ คงต้องยกให้ “เฟซบุ๊ก” ซึ่งจากผลวิจัยเชิงลึกของทีเอ็นเอส บริษัทผู้วิจัยตลาดออนไลน์ให้กับเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนไทยเมื่อไตรมาส 2/2557 มากถึง 27 ล้านคนแล้วซึ่งในจำนวนนี้มากกว่า 90% เข้าเฟซบุ๊กผ่านมือถือ หรือสมาร์ทโฟนและจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กในไทยมากกว่าแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ คิดเป็นสัดส่วน 96% รองลงมาเป็น ยูทูป 85% ตามด้วยไลน์ 83% และกูเกิลพลัส 60%

นอกจากนี้ ยังพบว่าเฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ผู้ใช้คนไทยใช้เวลาอยู่ด้วยนานที่สุด เฉลี่ย 2.35 ชั่วโมง/วัน และหากเทียบพฤติกรรมของผู้ใช้เฟซบุ๊กกับสื่อออฟไลน์ชั้นนำอย่าง “ทีวี” พบว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กไทยใช้เวลากับเฟซบุ๊กมากกว่าดูทีวี แม้แต่ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ หรือช่วงเวลาที่มีคนดูทีวีสูงสุดก็ตาม โดยคนไทยใช้เฟซบุ๊กตลอดทั้งวัน ซึ่งการใช้งานจะเพิ่มขึ้นในช่วงเช้ามืดและช่วงดึก

ขณะที่ 7 อันดับสูงสุดของสถานที่ที่คนไทยนิยมใช้เฟซบุ๊กมากที่สุด คือ 1.ที่ทำงาน (76%) 2.บนที่นอน (64%) 3.บนรถโดยสาร (54%) 4.สถานที่ต่างๆ ในช่วงวันหยุด (45%)5.รอต่อคิว (42%) 6.ดูทีวี (36%) 7.ในคาเฟ่ร้านอาหาร (32%) และผู้ใช้เฟซบุ๊ก 30% ยอมรับว่า แม้แต่เวลาเข้าห้องน้ำยังใช้เฟซบุ๊ก ขณะที่มุมมองเกี่ยวกับเฟซบุ๊ก ผู้ใช้คนไทยมองว่าเฟซบุ๊กเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าใหม่ๆ และสัดส่วนสูงถึง 68% ค้นหาข้อมูลสินค้าบนเฟซบุ๊ก โดย 28% ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับสินค้าบนเฟซบุ๊ก หรืออ่านรีวิวความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการนั้นๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ

แอร์โรว์ กัว หัวหน้ากลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี กลุ่มประเทศจีน (จีน ไต้หวัน และฮ่องกง) และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเฟซบุ๊ก กล่าวว่า ผู้ใช้ทั่วโลกก็ใช้เฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทำให้ปัจจุบันมีผู้สนใจใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการสื่อสารถึงผู้บริโภค โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ซื้อโฆษณาผ่านเฟซบุ๊กมากถึง 1.5 ล้านบัญชีทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่แล้วที่มี 1 ล้านบัญชีทั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นในการใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการสื่อสาร และการโฆษณาบนเฟซบุ๊กยังทำให้นักการตลาด เจ้าของสินค้า เจ้าของร้านค้าต่างๆ สามารถปรับการสื่อสารและการโฆษณาบนเฟซบุ๊กให้สอดคล้องกับธุรกิจของตัวเอง เจาะตรงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเห็นการตอบรับทันที จึงทำให้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการมากขึ้น

ในประเทศไทย อัตราค่าโฆษณาบนเฟซบุ๊กเริ่มต้นที่ 300 บาท/วัน และในอนาคตอาจมีฟีเจอร์ที่ให้ซื้อสินค้า จองสินค้า และจ่ายเงินบนเฟซบุ๊กได้เลย โดยอยู่ระหว่างทดสอบระบบที่เรียกว่า “Buy Button” กับเฟซบุ๊กอเมริกา หากผลตอบรับดี ระบบใช้งานได้ดี จะใช้ในทั่วโลก จากปัจจุบันที่ใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของผู้ขาย หรือแจ้งจองสินค้ากับผู้ขายบนเฟซบุ๊ก โอนเงิน แจ้งโอนเงินบนเฟซบุ๊ก ฯลฯ เท่านั้น

พอล ศรีวรกุล ประธานบริษัท เอคอมเมิร์ซ ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซ กล่าวว่า หากเฟซบุ๊กพัฒนาระบบ Buy Button ได้สำเร็จ จะทำให้การซื้อขายผ่านเฟซบุ๊กขยายตัวมากขึ้น โดยปัจจุบันเจ้าของสินค้าเริ่มต้นจากการใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางแรกในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการจ่ายเงินซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊กมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมาก เช่น กลุ่มสินค้าแฟชั่น มียอดสั่งซื้อที่ได้รับจากการโฆษณาบนเฟซบุ๊กมากถึง 58% และยอดสั่งซื้อลดลงทันทีที่หยุดโฆษณา

"ยกตัวอย่าง สถิติการตอบรับที่ดีที่สุดของสินค้ากลุ่มแฟชั่น คือ การโฆษณาบนเฟซบุ๊กจำนวน 2 ครั้งต่อ 1 รายการประชาสัมพันธ์ ถ้าน้อยกว่านี้ ผลตอบรับจะน้อยลง แต่ถ้ามากกว่านี้ ผลตอบรับก็น้อยลงเช่นกัน เพราะมากเกินไป ยิ่งถ้ามีปุ่ม Shop now จะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อมาก โดยยุคนี้ ทุกสื่อมีความสำคัญ ควรใช้ควบคู่กันตามลักษณะของกลุ่มเป้าหมายของสินค้านั้น"

นับจากนี้แบรนด์ชั้นนำต่างมีเป้าหมายที่จะขายสินค้าของตัวเองในทุกช่องทาง ซึ่งมีแนวโน้มว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า สถานที่ซื้อขายจะย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์ในลักษณะโอทูโอ (O2O : OnlinetoOffline) ซึ่งเป็นการเห็นสินค้าบนโลกออนไลน์ แล้วสั่งจอง สั่งซื้อบนโลกออนไลน์ แล้วไปรับสินค้า หรือไปใช้บริการในช่องทางออฟไลน์ คาดว่าเพิ่มเป็น 65% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30%

โอทูโอที่กล่าวถึง คือ การเห็นสินค้าบนโลกออนไลน์ แล้วสั่งจอง สั่งซื้อบนโลกออนไลน์ แล้วไปรับสินค้า หรือไปใช้บริการในช่องทางออฟไลน์ ซึ่งจะจ่ายเงินในขั้นตอนออนไลน์เลย หรือจ่ายในโลกออฟไลน์ก็ได้ แต่เทรนด์จะเป็นแบบนี้ เหมือนในยุคที่สื่อทีวีเฟื่องฟู คนจะเห็นสินค้าจากทีวี แล้วก็ไปหาซื้อตามช่องทางต่างๆ วีรธิป ธนาพิสิทธิกุล ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Pomelo จำหน่ายแฟชั่นเสื้อผ้าจากเกาหลีที่แจ้งเกิดบนเฟซบุ๊ก กล่าวว่า Pomelo ไม่มีหน้าร้าน เริ่มต้นธุรกิจจากเฟซบุ๊ก เพราะมองว่าเฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้ทั้งเฟซบุ๊กแฟนเพจ ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย และซื้อโฆษณาบนเฟซบุ๊ก ซึ่งวัดผลได้เลย ทำให้ไม่เสียเงินซื้อโฆษณาเปล่าประโยชน์

กมลวรรณ กอไพศาล ผู้อำนวยการการตลาดดิจิทัล บริษัท ออฟฟิศเมท ในเครือเซ็นทรัล กล่าวว่า ปัจจุบันออฟฟิศเมทให้บริการด้านตลาดออนไลน์กับเว็บไซต์ www.central.co.th เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของเซ็นทรัล ซึ่งความท้าทายอยู่ที่การทำให้คนรู้จักเซ็นทรัลออนไลน์ เหมือนที่รู้จักห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลในโลกออฟไลน์ และต้องสร้างยอดขายให้ได้ใกล้เคียงกับ 1 สาขาของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลซึ่งการสร้างแฟนเพจ และการโฆษณาบนเฟซบุ๊กเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้เซ็นทรัลออนไลน์สำเร็จตามเป้าหมาย

สิ่งสำคัญคือ จำนวนคลิก Like ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสำเร็จในการโฆษณาบนเฟซบุ๊ก เพราะ “คุณภาพ” สำคัญกว่า “ปริมาณ” นั่นคือคนที่คลิก Like ต้องมีคุณภาพ เป็นกลุ่มเป้าหมายตัวจริง จึงจะเรียกว่าการตลาดบนเฟซบุ๊กประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค