
แบรนด์"มอดโคลธ"ร่วมสร้างค่านิยมสวยธรรมชาติ
เรื่องสัดส่วนรูปร่างเป็นปัญหาที่สาวๆ ทั่วโลกต่างกังวลใจ เพราะไม่ว่าจะออกกำลังกายหรือกินอาหารคลีนมากแค่ไหน
โดย...ชาลินี ลงกานี
เรื่องสัดส่วนรูปร่างเป็นปัญหาที่สาวๆ ทั่วโลกต่างกังวลใจ เพราะไม่ว่าจะออกกำลังกายหรือกินอาหารคลีนมากแค่ไหน หุ่นก็ยังไม่สวยเช้ง เพอร์เฟกต์เหมือนนางแบบบนปกนิตยสารเสียที
ส่วนคนในวงการแฟชั่นหรือสื่อบันเทิงอื่นๆ คงทราบดีว่ากว่าจะได้หุ่นเช้งขนาดนั้นมาได้ ต้องลงทุนมากขนาดไหน ไม่ใช่การลงทุนอดอาหารแต่อย่างใด แต่คือการใช้โปรแกรมตัดต่อภาพเพื่อเสริมนิด ตัดหน่อย บีบน้อยๆ ให้ได้สัดส่วนที่ชวนฝัน แต่การกระทำแบบนี้ก็เป็นการสร้างค่านิยมเรื่องความสวยที่ผิดๆ ให้กับสังคม เพราะทุกคนล้วนมีความสวยงามเฉพาะตัวอยู่แล้ว แต่การบิดเบือนด้วยการใช้โปรแกรมตัดต่อก็เป็นการตอกย้ำค่านิยมที่มี แต่จะทำให้เสียสุขภาพจิตและสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองไปได้
มอดโคลธ ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ ไม่อยากจะตอกย้ำห่วงโซ่นี้ต่อไป จึงได้ให้สัญญาว่าแบรนด์นี้จะไม่ตัดต่อรูปภาพของนางแบบเลยแม้แต่น้อย โดยเซ็นสัญญาที่มีชื่อว่า คำปฏิญาณฮีโร่สำหรับนักโฆษณา ซึ่งทางสมาคมเดอะเบรฟเกิร์ส หรือแปลเป็นไทยได้ว่า หญิงสาวผู้กล้าหาญ เป็นผู้จัดทำขึ้น องค์กรดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้หญิงทั่วโลก โดยได้ตีแผ่ผลสำรวจว่าเด็กสาวอายุ 17 ปี กว่า 78% ไม่พอใจในรูปร่างตัวเอง และแน่นอนว่าการตัดต่อก็เป็นตัวการหนึ่ง
“เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาด้านสาธารณสุขที่เกิดขึ้นจากการโฆษณาที่ถูกตัดต่อหรือการสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งไปจุดชนวนความคาดหวังแบบผิดๆ ว่าจะต้องมีหน้าตาแบบนี้ และหุ่นแบบนี้ ถึงจะเรียกว่าดูดี ปัญหานี้ได้แพร่กระจายเป็นวงกว้าง และความเสียหายมากมายก็เกิดขึ้นจากวงการโฆษณา” ทางสมาคม ระบุ
ภายใต้คำปฏิญาณดังกล่าว มอดโคลธได้ทำสัญญาไว้ 3 ข้อด้วยกัน ข้อแรก คือ พยายามไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่าง ขนาด สัดส่วน สีผิว หรือปรับเปลี่ยนลักษณะทางกายภาพของคนในโฆษณา ในกระบวนการหลังการผลิต
และข้อสอง คือ หากไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในโฆษณาเลยหลังการผลิตแม้แต่ปลายเล็บ ก็จะประทับตราสัญลักษณ์ลงไปว่า “โฆษณาตามจริง” เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้เห็นภาพจริง สินค้าจริง บนนางแบบที่ดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไปจริงๆ
และข้อสุดท้าย คือ ทางมอดโคลธยังไม่ลงโฆษณาใดๆ ที่มีการรีทัชตกแต่งภาพ หากว่าเด็กต่ำอายุกว่า 13 ปี สามารถเข้าถึงสื่อดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม การเซ็นสัญญาเข้าร่วมโครงการเพื่อหวังปรับเปลี่ยนทัศนคติเรื่องความงามของมอดโคลธก็ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจมากนัก เพราะบริษัทซึ่งมีฐานอยู่ที่ซานฟรานซิสโก จัดจำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องประดับแนววินเทจย้อนยุคให้กับวัยรุ่น มีปรัชญาว่าจะไม่ทำให้ผู้หญิงต้องหลงอยู่ในโลกมายา
“เราเชื่อในการชื่นชมและแสดงให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของสตรี” แนนซี่ รามาเมอร์ธี หัวหน้าการตลาดของมอดโคลธ กล่าว พร้อมระบุว่า บริษัทไม่ได้จ้างนางแบบมืออาชีพมาตั้งแต่ปี 2002 และไม่เคยใช้โปรแกรมรีทัชแม้แต่ครั้งเดียว
แม้ว่าบริษัทขายเสื้อผ้านี้จะเป็นรายแรกที่เซ็นสัญญาดังกล่าว กระนั้นก็ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ให้ความสนใจหลีกเลี่ยงที่จะเผยแพร่ความเพอร์เฟกต์แบบจอมปลอมลงในแค็ตตาล็อกสินค้า โดยในช่วงต้นปี แอรี่ ไลน์ชุดชั้นในของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำของเมืองลุงแซม อเมริกันอีเกิล ก็ได้ประกาศกับผู้บริโภคว่าจะไม่ตกแต่งภาพและว่าจ้างนางแบบมืออาชีพอีกแล้ว
หลังจากนั้น แอรี่ ก็ได้ปล่อยโฆษณาที่ใช้นางแบบสามัญชนที่มีทั้งรอยสัก ส่วนเว้าส่วนโค้งเหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วๆ ไป แถมยังปรับเปลี่ยนโฉมหน้าเว็บไซต์ เพิ่มคำแนะนำการเลือกซื้อชุดชั้นในให้เหมาะกับรูปร่างทุกไซส์ ไม่ใช่แค่สำหรับสาวเอวบางร่างน้อยที่ตัวเล็กเหมือนจะปลิวไปกับลม
ทั้งนี้ งานวิจัยหลายอย่างได้พิสูจน์แล้วว่าภาพลักษณ์ของนางแบบในสื่อต่างๆ ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและความเชื่อมั่นของผู้หญิงและเด็กสาวเกี่ยวกับรูปร่างของตัวเอง และเมื่อรู้ว่ามีบริษัทให้ความสนใจในเรื่องการสร้างค่านิยมผิดๆ แถมยังพร้อมที่จะลงมือยุติการเผยแพร่ภาพสรีระของสตรีที่ไม่เป็นธรรมชาติ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง







