
ใกล้รวม2แบงก์รัฐ
สคร.ขอเวลา3เดือนรอตรวจสอบหนี้เสียสะอึกหนี้เสียสูงเกินครึ่งของสินเชื่อรวม
สคร.ขอเวลา3เดือนรอตรวจสอบหนี้เสียสะอึกหนี้เสียสูงเกินครึ่งของสินเชื่อรวม
คลังขอ 3 เดือน ตัดสินควบรวมเอสเอ็มอีแบงก์กับออมสินหรือไม่ คาดเอ็นพีแอลจ่อทะลัก 50%
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การฟื้นฟูธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ สุดท้ายอาจหนีไม่พ้นที่จะต้องเดินตามแนวทางที่กระทรวงการคลังเคยคิดมาก่อน คือนำไปควบรวมกับธนาคารออมสิน
ที่ผ่านมากระทรวงการคลังเคยมีแนวคิดควบรวมธนาคารรัฐทั้งสองแห่งจริง เนื่องจากเอสเอ็มอีแบงก์มีปัญหาหนี้เสียมาก ขาดสภาพคล่อง ทำให้เป็นภาระกับงบประมาณ คลังต้องเข้าไปเพิ่มทุนหลายครั้ง จึงได้คิดควบรวมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ฝ่ายการเมืองไม่เคยเห็นด้วยเลย
นายกุลิศ กล่าวว่า ขณะนี้ นางสาลินี วังตาล ประธานเอสเอ็มอีแบงก์ ได้หารือกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด และทราบดีว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างไรให้เป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งต้องเริ่มจากการตรวจสอบทรัพย์สินหนี้สินของธนาคารให้ชัดเจนเสียก่อนว่ามีความเสียหายมากน้อยขนาดไหน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน หลังจากนั้นต้องมาพิจารณาแก้ปัญหาด้วยการควบรวมหรือไม่
นายกุลิศ กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารออมสินมีความพร้อมที่จะควบรวมเอสเอ็มอีแบงก์ เพราะนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ประธานธนาคารออมสิน เคยนั่งเป็นประธานเอสเอ็มอีจึงทราบปัญหาดี และสมัยที่เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็เคยคิดควบรวมเอสเอ็มอีแบงก์กับธนาคารออมสินตามข้อเสนอของธนาคารโลก
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบทรัพย์สินของเอสเอ็มอีแบงก์คาดว่าจะมีหนี้เสียเกิน 50% ของหนี้ทั้งหมด เนื่องจากตอนที่เข้าแผนฟื้นฟูครั้งแรกเอสเอ็มอีแบงก์มีหนี้เสียถึง 3.9 หมื่นล้านบาท หรือ 40% ของหนี้ทั้งหมด และที่ผ่านมาหนี้เสียดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทางคณะกรรมการขาดประชุมบ่อยปล่อยให้หนี้เสียตกชั้นอีกกว่า 3,000 ล้านบาท และไม่มีเร่งเรื่องการปล่อยสินเชื่อให้ได้ตามเป้าหมาย ส่งผลให้สินเชื่อหดตัวเหลือ 8.8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากธนาคารไม่มีสภาพคล่อง หลังผู้ฝากเงินรายใหญ่ไม่ยอมฝากเงินต่อ ทำให้หนี้เสียเมื่อเทียบกับยอดสินเชื่อคงค้างมีสัดส่วนที่สูงขึ้น
“ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจริงๆ น้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นการปล่อยกู้ให้กับนักการเมืองและคนใกล้ชิดนักการเมือง ทำให้เกิดหนี้เสียจำนวนมาก รวมถึงมีการทุจริตจากการปล่อยกู้ ทำให้ยากที่จะดำเนินการต่อไปได้ หาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มานั่งเป็น รมว.คลัง คาดว่าจะทำให้การควบรวมเอสเอ็มอีแบงก์กับธนาคารออมสินเร็วขึ้น” แหล่งข่าว เปิดเผย







