
บสส.สนหนี้เน่าเอสเอ็มอี
ต้องการเหมาซื้อทั้งหมดรวม2หมื่นล้านมั่นใจแก้หนี้ทั้งปีโกยรายได้1.7หมื่นล้าน
ต้องการเหมาซื้อทั้งหมดรวม2หมื่นล้านมั่นใจแก้หนี้ทั้งปีโกยรายได้1.7หมื่นล้าน
บสส.ตั้งเป้าครึ่งปีซื้อเอ็นพีแอล 4,000 ล้าน พร้อมเจรจาเหมาซื้อหนี้เน่าเอสเอ็มอีแบงก์
นายชูเกียรติ จิตติไมตรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บสส.) เปิดเผยว่า ในครึ่งปีหลัง บสส.ตั้งเป้าหมายซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จากสถาบันการเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกันได้เข้าไปหารือ นางสาลินี วังตาล ในฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) หรือ ธพว. เพื่อเสนอตัวเข้าไปบริหารจัดการหนี้เอ็นพีแอลจำนวน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้เสนอแนวทางทั้งการซื้อเอ็นพีแอลแบบขายขาด และการแบ่งสันปันส่วนกำไรขาดทุนกัน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปลายปีนี้
“ในครึ่งปีแรก บสส.มีรายได้เงินสดรับประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท คิดเป็น 40% ของเป้าหมายรายได้ทั้งปี 1.7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาและมีปัญหาทางการเมือง ทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อสินทรัพย์ แต่ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น และปัญหาการเมืองเริ่มคลี่คลาย เชื่อว่าจะสามารถมีรายได้ตามเป้าหมาย” นายชูเกียรติ กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีเอ็นพีแอลประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ในขณะที่ในระบบบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอเอ็มซี) ทั้งระบบที่มีอยู่ประมาณ 32 แห่ง มีพอร์ตเอ็นพีแอลรวมประมาณ 8 แสนล้านบาท โดย บสส.มีพอร์ตเอ็นพีแอลอยู่ประมาณ 4 แสนกว่าล้านบาท และบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) มีเอ็นพีแอลประมาณ 4 แสนล้านบาท นอกนั้นเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ขนาดเล็ก
ในขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์มีการขายเอ็นพีแอลออกมาน้อยมากเนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์มีการระมัดระวังและเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ จึงทำให้มีเอ็นพีแอลน้อย
นายชูเกียรติ กล่าวว่า บสส.เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับผู้นำด้านสถาบันการเงินและการบริหารจัดการสินทรัพย์ของภาครัฐระดับภูมิภาคเอเชีย หรือ IPAF 2014 ในระหว่างที่ 25-27 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนทัศนะจากองค์กรชั้นนำจากต่างประเทศเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสินทรัพย์ด้อยคุณภาพร่วมกัน รวมทั้งมั่นใจช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารสินทรัพย์ของไทยเพื่อก้าวสู่เออีซีในปี 2558







