posttoday
ดินเนอร์ แล็บ อาหารคือการทดลอง

ดินเนอร์ แล็บ อาหารคือการทดลอง

25 สิงหาคม 2557

ย้อนกลับไปในปี 2012 ไบรอัน บอร์ไดนิก ตัดสินใจลาออกจากงานประจำด้านเทคโนโลยีศึกษา

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ย้อนกลับไปในปี 2012 ไบรอัน บอร์ไดนิก ตัดสินใจลาออกจากงานประจำด้านเทคโนโลยีศึกษา เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจด้านอาหารที่ตนเองไม่มีประสบการณ์ หรือกระทั่งทักษะการปรุงแต่งอาหาร ด้วย เหตุผลเพียงข้อเดียวคือรู้สึกว่าไอเดียธุรกิจ “ดินเนอร์ แล็บ” ที่คิดและวางแผนร่วมแรมปี จะเป็นธุรกิจ ที่ได้รับการตอบสนองอย่างดีจากตลาดในสหรัฐ

แน่นอนว่า การลาออกจากงานที่มีทั้งความมั่นคง และให้ผลตอบแทนในระดับดีเพื่อมาเริ่มต้นจับธุรกิจที่ไม่ถนัดและคาดเดาผลสำเร็จไม่ได้ ส่งผลให้บอร์ไดนิกต้องเผชิญกับสารพัดคำเตือน คำว่ากล่าว และคำ เย้ยหยันถากถางมากมายสำหรับความดื้อรั้นของตนเอง

อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ 2 ปี หลังเริ่มต้นทำธุรกิจ ไอเดียที่ใครๆ ต่างก็ลงความเห็นว่าเป็นความคิดที่โง่ที่สุดของบอร์ไดนิก กลับกลายเป็นแนวคิดที่ทุกคนต้องยกนิ้วให้ผู้ก่อตั้งดินเนอร์ แล็บ ว่าเป็นสิ่งที่ฉลาดที่สุด

ทั้งนี้ คำจำกัดความที่เข้าใจได้ง่ายที่สุดของกิจการ “ดินเนอร์ แล็บ” ในรัฐนิวออร์ลีนส์ ก็คือ ร้านอาหาร ที่บริการตามสถานที่ต่างๆ เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

แต่หากอธิบายแบบลงลึกในรายละเอียด ดินเนอร์ แล็บ ก็คือ การผสานนำระบบฐานข้อมูลมาใช้กับธุรกิจอาหาร กล่าวคือผู้ที่จะใช้บริการได้ต้องสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกของเครือข่ายก่อน สนนราคาอยู่ที่ปีละ 100175 เหรียญสหรัฐ หลังจากนั้นแทนที่จะติดต่อหา พ่อครัวแม่ครัว ก็เปิดระบบให้เหล่าเชฟมือใหม่เข้ามาลงทะเบียน พร้อมเขียนคอร์สเมนูอาหาร บรรยายความพิเศษหรือที่มาของรายการอาหารเหล่านั้น โดยสังเขป รวมถึงกำหนดสถานที่ที่จะให้เสิร์ฟอาหาร

ในส่วนของขั้นตอนต่อไปก็คือ เมื่อแขกที่สนใจตัดสินใจซื้อตั๋ว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ครั้งละ 7075 เหรียญสหรัฐ เข้าร่วมรับประทานอาหารลองลิ้มชิมรสเรียบร้อยแล้ว ก็จะประเมิน แสดงความเห็น และให้อันดับอาหารและเครื่องดื่มที่รับประทานเข้าไป รวมถึง คำเสนอแนะต่อเชฟมือใหม่ หรือผู้ที่รักในการเป็นเชฟให้ได้ปรับปรุงพัฒนาฝีมือต่อไป

สำหรับข้อมูลที่ได้ทั้งหมด ทางดินเนอร์ แล็บ จะนำมารวบรวมและประมวลจัดเก็บเข้าระบบเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับเป็นแนวทางในการจัดดินเนอร์ ครั้งต่อไป

สรุปให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด ก็คือ ดินเนอร์ แล็บ เป็นเสมือนห้องทดลองทำอาหารของเชฟมือใหม่ ที่ยัง ไม่มีร้านอาหารหรือพื้นที่ให้ตนเองได้แสดงฝีมือ และลูกค้าก็เปรียบได้กับผู้เข้ารับการทดลอง ซึ่งพร้อม จะแสดงความเห็นหรือฟีดแบ็กหลังการทดลอง (รับประทานอาหาร) เสร็จสิ้น

ด้วยแนวคิดเก๋ไก๋ที่ไม่เหมือนใคร และยังได้รับประทานอาหารเมนูแปลกใหม่ หรืออาหารดั้งเดิมแท้ๆ จากการรังสรรค์ของว่าที่เชฟ หรือผู้ที่มีฝีมือในการปรุงอาหาร ทำให้ ดินเนอร์ แล็บ ได้รับการตอบรับอย่างดี นับตั้งแต่ก่อตั้งในเดือน ส.ค. 2012 โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนมีพนักงานเพิ่มขึ้นจาก 25 คน เป็น 40 คน

นอกจากนี้ ประสบการณ์รับประทานอาหารท่ามกลางเพื่อนหน้าใหม่ แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับอาหาร ในสถานที่ที่ไม่ใช่ร้านอาหาร ยังช่วยให้ดินเนอร์ แล็บ ได้รับความนิยมและบอกเล่าแบบ ปากต่อปากอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน ดินเนอร์ แล็บ มีฐานข้อมูลลูกค้าหลายแสนคน และมีพนักงานมากกว่า 200 คน แบ่งเป็นประจำกว่า 60 คน และพาร์ตไทม์บริกรกว่า 100 คน และมีรายได้สุทธิต่อปีระหว่าง 3.5-4.8 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการลงทุนเริ่มต้นทำกิจการที่ 2.1 ล้านเหรียญสหรัฐ

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วง 2 ปีแรก บอร์ไดนิก สามารถเจาะตลาดเข้าสู่เมืองใหญ่ของสหรัฐได้อย่างสวยงาม ทั้งออสติน แนชวิลล์ นิวยอร์ก และลอสแองเจลิส ขณะปีที่ผ่านมาบอร์ไดนิกขยายพื้นที่ ให้บริการอีก 5 เมืองใหญ่ คือ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ชิคาโก แอตแลนตา ซานฟรานซิสโก และไมอามี

“เคล็ดลับความสำเร็จของผม คือ เราลงมือทดลองทำทุกอย่างที่คิดและทำอยู่เสมอ เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้เรานำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่ดีกว่าและไม่เหมือนใครออกมาได้” บอร์ไดนิก กล่าวสรุป

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย