posttoday
เศรษฐกิจไทยภายใต้นายกฯ ชื่อ ประยุทธ์

เศรษฐกิจไทยภายใต้นายกฯ ชื่อ ประยุทธ์

25 สิงหาคม 2557

คอลัมน์ “เศรษฐกิจรอบทิศ” ฉบับนี้ลองมาดูเศรษฐกิจไทยกันบ้าง โดยใช้มุมมองแบบคนมอง “โลกสวย” คือ มองในมุมบวกว่าเศรษฐกิจไทยคงฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4 สัญญาณที่บ่งบอกประการแรกคือการได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากประเทศไทยว่างเว้นการมีนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่การยุบสภาเมื่อเกือบ 9 เดือนที่แล้ว ถึงแม้จะมีประธาน คสช. มาขัดตาทัพทำหน้าที่เป็นเสมือนรัฐบาล แต่ก็ไม่เหมือนการที่มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ขณะเดียวกันประเทศไทยมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่เป็นรัฐสภาแบบเบ็ดเสร็จก็คงจะสามารถทำให้การขับเคลื่อนของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติไปได้ด้วยกันแบบแนบแน่น งานแรกที่โชว์ออกมาคือการยกมือแบบพึ่บพั่บผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย และเสนอชื่อนายกฯ แบบไร้เสียงค้าน หากมองในมุมเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับการเมือง ตรงนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเศรษฐกิจจะยังขับเคลื่อนได้ต่อไป

คอลัมน์ “เศรษฐกิจรอบทิศ” ฉบับนี้ลองมาดูเศรษฐกิจไทยกันบ้าง โดยใช้มุมมองแบบคนมอง “โลกสวย” คือ มองในมุมบวกว่าเศรษฐกิจไทยคงฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4 สัญญาณที่บ่งบอกประการแรกคือการได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากประเทศไทยว่างเว้นการมีนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่การยุบสภาเมื่อเกือบ 9 เดือนที่แล้ว ถึงแม้จะมีประธาน คสช. มาขัดตาทัพทำหน้าที่เป็นเสมือนรัฐบาล แต่ก็ไม่เหมือนการที่มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ขณะเดียวกันประเทศไทยมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่เป็นรัฐสภาแบบเบ็ดเสร็จก็คงจะสามารถทำให้การขับเคลื่อนของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติไปได้ด้วยกันแบบแนบแน่น งานแรกที่โชว์ออกมาคือการยกมือแบบพึ่บพั่บผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย และเสนอชื่อนายกฯ แบบไร้เสียงค้าน หากมองในมุมเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับการเมือง ตรงนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเศรษฐกิจจะยังขับเคลื่อนได้ต่อไป

ผลสะท้อนจากการที่มีรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะประเด็นฟีเวอร์ตัวท่านนายกฯ ที่มาจากโพลวัดความพึงพอใจของหลายสถาบันออกมาตรงกันว่า ค่านิยมที่มีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในระดับสูง ดูเหมือนว่าผลของโพลจะให้คะแนนดีกว่าอดีตนายกฯ 2 ท่านที่เพิ่งผ่านพ้นไปด้วยซ้ำไป (ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วย ต้องโทษโพลไม่เกี่ยวกับผม) นอกจากนี้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมดีดตัวสูงสุดในรอบ 8 เดือน โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาพลิกฟื้นจากคำสั่งซื้อทั้งในประเทศและส่งออก และกำลังการผลิตที่จะสูงขึ้นได้ในช่วงเดือน ต.ค.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ประธาน คสช. ซึ่งยังทำหน้าที่ควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการจะเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ นัยใช้การลงทุนภาครัฐให้เป็นหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนภาคส่งออก ซึ่งยังทรงตัวและเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ดูเหมือนเม็ดเงินลงทุนปีหน้าของรัฐบาลมีเพียง 2.74 แสนล้านบาท ซึ่งเงินขนาดนี้ผลักดันเศรษฐกิจปีหน้าให้โตได้เพียงร้อยละ 2.2 เป็นอย่างมาก ดังนั้นการที่จะทำให้เศรษฐกิจปี 2558 ขยายตัวได้มากกว่าร้อยละ 3 จะต้องกระตุ้นให้เกิดการบริโภคของภาคเอกชน ซึ่งที่ผ่านมาชะลอตัวค่อนข้างสูง งบลงทุนรัฐบาลที่กล่าวข้างต้นส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ และเงินไปกระจุกที่ผู้รับเหมาไม่กี่ราย ทำให้เม็ดเงินที่จะตกไปสู่รากหญ้าคงไม่มากพอที่จะทำให้ภาคการบริโภคขยายตัวได้มากกว่าที่เป็นอยู่

ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจที่แสดงว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาพลิกฟื้นได้อีกประการหนึ่งคือ นโยบายผลักดันเศรษฐกิจและการดำเนินการของรัฐบาลแบบทำเป็นชุด ซึ่งผมขอใช้คำว่า “บิ๊กตู่โนมิกส์” ตั้งแต่การลงทุนภาครัฐซึ่งได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว อีกทั้งมีนโยบายที่จะจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อใช้ลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วสูง ส่วนที่จะทำได้มากน้อยเพียงใดคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในด้านกระตุ้นการบริโภคด้วยการเพิ่มเม็ดเงินให้ภาคครัวเรือน เช่น โครงการจ่ายเงินจำนำข้าวงวดสองอีก 9.2 หมื่นล้านบาท และยังมีโครงการปรับเงินเดือนข้าราชการเพิ่มเฉลี่ยร้อยละ 8 โดยใช้งบประมาณ 4 หมื่นล้านบาท อาจเริ่มได้ในเดือน ต.ค.นี้ รวมไปถึงโครงการภาษีคนจนรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ได้รับสิทธิโอนเงินจากรัฐร้อยละ 20 ใช้งบประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาใช้สิทธิกว่า 18 ล้านคน

ที่กล่าวข้างต้นก็ไม่ได้ไปเชียร์รัฐบาลใหม่อย่างออกหน้า เพราะเกริ่นแต่ต้นแล้วว่าจะมองเศรษฐกิจไทยในมุมมองของ “คนโลกสวย” คือพยายามจะมองเศรษฐกิจในทางบวก ถ้าทุกคนมองแบบนี้อย่างน้อยก็ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของเราจะกลับมาเข้มแข็ง คนที่มีสตางค์ก็จะนำเงินมาใช้จ่าย นักลงทุนก็กล้าที่จะลงทุน ที่สุดก็นำไปสู่การสร้างงาน เกิดการซื้อการขาย เงินก็หมุนเวียน อย่างไรก็ตามก็ต้องกลับมาอยู่ในโลกความเป็นจริงว่าการที่เศรษฐกิจจะพลิกฟื้น โดยอาศัยความเชื่อมั่นซึ่งเป็นความรู้สึกอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะดัชนีเศรษฐกิจหลายตัวก็ยังไปในทางลบ ไม่ว่า จะเป็นการจดทะเบียนเลิกกิจการในเดือน ก.ค. ยังติดลบร้อยละ 13 ในช่วง 7 เดือนแรกติดลบสูงถึงร้อยละ 43 ตัวเลขการว่างงานเดือน ก.ค. ขึ้นมาร้อยละ 1 สูงสุดในรอบ 2 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา

เป็นความท้าทายของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย รวมทั้งด้านเงื่อนเวลา โดยเฉพาะประเด็นแหล่งเงินที่จะนำมาใช้จ่ายในโครงการลงทุนของรัฐ อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง ซึ่งมีนัยกระทบการส่งออกของไทย นอกจากนี้ภาคเอกชนโดยเฉพาะเอสเอ็มอีอยู่ในสภาวะอ่อนเปลี้ยจากสภาพคล่อง การกระตุ้นเศรษฐกิจไทยต้องใช้แบบยาแรง ทำเป็นชุดต่อเนื่อง จะเอาแบบเดิมๆ แบบเช้าชามเย็นชามหรือผักชีโรยหน้า...ไม่ได้นะครับ!!

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ