
เร่งคลอดสิทธิประโยชน์เขตศก.พิเศษ
กนพ. เร่งสรุปสิทธิประโยชน์เขตเศรษฐกิจพิเศษภายใน ส.ค. นี้ คาดให้สิทธิเขต3 บวกตามเกณฑ์บีโอไอ
กนพ. เร่งสรุปสิทธิประโยชน์เขตเศรษฐกิจพิเศษภายใน ส.ค. นี้ คาดให้สิทธิเขต3 บวกตามเกณฑ์บีโอไอ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เกี่ยวกับกับความคืบหน้าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพิเศษนั้น ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน อยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่จะให้กับผู้ที่เข้าไปลงทุนในพื้นที่ที่ กนพ. อนุมัติให้เป็นพื้นที่นำร่อง
ทั้งนี้ เบื้องต้นสิทธิพิเศษที่จะมีการสนับสนุนให้กับภาคเอกชนที่จะเข้าไปลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจะให้สิทธิประโยชน์ตามเกณฑ์ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ให้สิทธิประโยชน์ในระดับสูงหรือที่เรียกว่า “บีโอไอ เขต 3 พลัส” แต่ยังต่ำกว่าสิทธิประโยชน์ที่ให้กับภาคเอกชนที่ลงทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจ.สงขลา
อย่างไรก็ตาม นอกจากสิทธิประโยชน์ด้านภาษียังจะมีการพิจารณาถึงมาตรการส่งเสริมอื่น เช่นช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ เช่น จัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) เนื่องจากการขยาการลงทุนไปในพื้นที่ที่ห่างไกลเรื่องเงินทุนและสภาพคล่องเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่วนเรื่องหลักทรัพย์ที่จะค้ำประกันก็อาจมีการให้ใช้ออเดอร์และคำสั่งสินค้าในการรับประกันการกู้เงินก็ได้
“ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จะยังส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรด้วย เนื่องจากสินค้าเกษตรบางอย่างที่เรานำเข้าจากประเทศ เช่น ข้าวโพด ถั่ว ซึ่งที่ผ่านมามีการลักลอบนำสินค้าเข้ามามากเกินกว่าโควต้าจนกระทบกับราคาสินค้าเกษตรในประเทศ โดยหากสามารถสนับสนุนให้มีการแปรรูปหรือซื้อขายเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนได้จะลดปัญหาการทะลักเข้ามาของสินค้าเกษตรได้”นายอาคม กล่าว
ทั้งนี้ ในการประชุม กนพ. ครั้งแรก เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2557 ได้มีการอนุมัติเขตเศรษฐกิจพิเศษนำร่อง 5 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อ.คลองใหญ่ จ.ตราด อ.เมือง จ.มุกดาหารและ อ.สะเดา จ.สงขลา
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากจะจูงใจให้เอกชนไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กำลังได้รับการผลักดันอยู่ที่ควรจะมีการให้สิทธิประโยชน์สูงสุดที่บีโอไอให้อยู่คือเขต3 บวก เพราะต้องไม่ลืมว่าแต่ละแห่งจะมีต้นทุนด้านการขนส่งเพิ่มขึ้นพอสมควร และนอกจากให้สิทธิประโยชน์ภาษีแล้ว จะต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และด่านชายแดนต่างๆ เช่นด่านสะเดาที่ปัจจุบันมีความแออัดมากก็ต้องขยายด่านให้ใหญ่ขึ้น
“ทั้ง 5 แห่งที่ กนพ. อนุมัติให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษนำร่องนั้นเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและอยู่ในความสนใจของเอกชนทั้งสิ้น แต่ก็ต้องให้สิทธิประโยชน์ที่จูงใจให้เกิดการออกไปลงทุนในพื้นที่ต่างๆ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะยังคงกระจุกตัวอยู่ใกล้กรุงเทพฯ หรือพื้นที่ที่การขนส่งสะดวก”นายสุพันธุ์ กล่าว
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การผลักดันพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษของภาครัฐว่านอกจากการส่งเสริมเรื่องของภาคอุตสาหกรรมแล้วจะต้องมีการส่งเสริมในเรื่องการลงทุนอื่นๆ ได้แก่ การค้า ธุรกิจสุขภาพ และการท่องเที่ยวในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและใกล้เคียง เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายนี้ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นภาครัฐควรมองถึงเรื่องของการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีทักษะในการค้าข้ามแดน หรือ “เทรดเดอร์” ให้มากขึ้นเนื่องจากการพัฒนาการค้าชายแดน เป็นเรื่องที่สำคัญและจะต้องมีการวางแผนร่วมกันกับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ







