
‘นิสชิน’ สยายปีกบุกทั่วโลกใช้แมนฯ ยู บันไดสร้างแบรนด์
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
นับว่าเป็นก้าวใหม่และความท้าทายของ “นิสชิน” กับแผนปลุกปั้นแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดีเอ็นเอจากญี่ปุ่นให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก ด้วยกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง ประเดิมด้วยการเข้าเป็นสปอนเซอร์ทีมสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควบคู่กับการเดินหน้าเปิดตลาดยุโรปและในเอเชีย
มาซาฮิโระ ฟุไก กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิสชิน ฟูดส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนิสชิน เปิดเผยว่า แผนธุรกิจระยะ 3 ปีข้างหน้านี้ บริษัทแม่ ประเทศญี่ปุ่น วางเป้าหมายสร้างรายได้ทั่วโลก 3.2 แสนล้านบาท โดยต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้นอกประเทศญี่ปุ่นจาก 50% เป็นมากกว่า 50% จากการทำตลาดกว่า 80 ประเทศทั่วโลก จากปัจจุบันเป็นรายได้จากญี่ปุ่นราว 50% เนื่องจากตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในญี่ปุ่นเติบโตไม่ถึง 1% จากอัตราบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของคนญี่ปุ่น 45 ซอง/คน/ปีเท่านั้น
สำหรับแผนสร้างการเติบโตธุรกิจในตลาดต่างประเทศนั้น เริ่มจากการใช้กลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง โดยกลุ่มบริษัท นิสชิน ฟูดส์ เข้าเซ็นสัญญาเป็นสปอนเซอร์กับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นระยะเวลา 3 ปี เมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และเพื่อปลุกปั้นนิสชินจากแบรนด์ผู้นำตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในญี่ปุ่นให้ก้าวเข้าสู่แบรนด์ระดับโลก
สำหรับการเลือกเป็นสปอนเซอร์ทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีแฟนบอลมากถึง 659 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งสิทธิที่แบรนด์นิสชินได้รับครั้งนี้ คือ การนำสัญลักษณ์หรือโลโก้และนักฟุตบอลสโมสรทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาติดบนฉลากผลิตภัณฑ์นิสชิน ภายใต้แพ็กเกจจิ้งใหม่ทั้งแบบถ้วยและแบบซอง และเป็นการปรับเปลี่ยนพร้อมกันทั่วโลก รวมทั้งได้สิทธิมีป้ายแบนเนอร์ขึ้นข้างสนามแข่งขัน
ดังนั้น นับจากนี้ไปบริษัทจะเดินหน้าเปิดตลาดใหม่ในยุโรป โดยเฉพาะอังกฤษ ถือว่าเป็นตลาดสำคัญที่จะเริ่มทำตลาดภายในปีนี้ โดยจะใช้ฐานกำลังการผลิตจากเยอรมนีหรือฮังการี เพื่อส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปป้อนตลาดในยุโรป ขณะที่อเมริกาถือว่าเป็นตลาดใหญ่ของนิสชิน เพราะได้เข้าไปทำธุรกิจนานแล้ว ส่วนตลาดในไทยได้ทุ่มงบ 50 ล้านบาท เปิดตัวสโลแกน “HUNGRY TO WIN” และเร็วๆ นี้จะเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางทีวี รวมทั้งกิจกรรมการตลาดตามมา
“เหตุผลสำคัญที่เราดำเนินกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เพราะนโยบายของบริษัทก่อตั้งมาร่วม 56 ปีในญี่ปุ่น เชื่อว่าคนจะมีสุขภาพที่ดีแข็งแรงมาจากอาหารและกีฬา ในญี่ปุ่นนิสชินเป็นสปอนเซอร์ทั้งกอล์ฟ ฟุตบอล และเบสบอล ซึ่งการเป็นสปอนเซอร์ทีมแมนฯ ยู หวังว่าการรับรู้แบรนด์นิสชินในตลาดไทยจะเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากตลาดไทยถือว่าการแข่งขันสูง มี 3 แบรนด์ที่แข็งแกร่ง มาม่าครองส่วนแบ่ง 50% ไวไว 25% และยำยำ 20% อีกทั้งยังเป็นเจเนอริกเนม” ฟุไก กล่าว
ปัจจุบันนิสชินมีส่วนแบ่ง 4% อยู่ในอันดับ 4 ของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมืองไทย พร้อมวางเป้าหมาย 3 ปี มีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 10% โดยจะชูความโดดเด่นเป็นผู้เชี่ยวชาญพัฒนาเส้น น้ำซุป ซึ่งเชื่อว่าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท แม้ว่าจะเติบโตเพียง 5% แต่โอกาสที่บะหมี่ถ้วยจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากมูลค่า 1,500 ล้านบาท หรือราวสัดส่วน 10% มีโอกาสเพิ่มเป็นถึง 40% เหมือนกับญี่ปุ่นด้วยอัตราเติบโต 12%
ขณะที่ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยยังเติบโตจากเซ็กเมนต์ใหม่ๆ ทั้งจากบะหมี่ชนิดชามที่มีชิ้นเนื้อ หรือกระทั่งรูปแบบจาน ซึ่งต้องใช้เวลาสร้างตลาดอีกมาก จากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบาย ซึ่งบะหมี่ถ้วยสามารถตอบโจทย์ในเรื่องดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดซองมูลค่าตลาด 1.35 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 90% ปีนี้เติบโตเพียงแค่ 23% และคาดว่าจะหดตัวเหลือสัดส่วนเพียง 60%
นอกจากนี้ นิสชินยังมีความมั่นใจที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยกำลังจะมีนายกรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ ซึ่งแผนงาน 3 ปีจากนี้จะขยายกำลังผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี เพิ่มอีกเท่าตัว หลังจากใช้งบ 1,200 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งใหม่เมื่อเดือน ส.ค. 2556 พร้อมกับเปิดสายการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดซอง ซึ่งคาดว่าจะกำลังผลิตจะเต็มภายใน 3 ปีนี้แน่นอน
ก้าวรุกครั้งใหญ่ของนิสชินครั้งนี้ ทำให้มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะทำรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 800 ล้านบาท หรือเติบโต 2 เท่า แบ่งเป็น รายได้ในประเทศ 75% และส่งออก 22-25% ส่วนการเป็นสปอนเซอร์ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีแฟนคลับหลายล้านคน จะเป็นบันไดการสร้างนิสชินสู่โกลบอลแบรนด์ได้หรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป







