posttoday
บี้รัฐคิดแล้วทำตลาดไม่ชะลอ

บี้รัฐคิดแล้วทำตลาดไม่ชะลอ

20 สิงหาคม 2557

บิ๊กแลนด์ฯ‘อนันต์’แนะคสช.ลุยทันที‘เสนาฯ’ให้เร่งโครงการรถไฟฟ้ากระตุ้น

บิ๊กแลนด์ฯ‘อนันต์’แนะคสช.ลุยทันที‘เสนาฯ’ให้เร่งโครงการรถไฟฟ้ากระตุ้น

บิ๊กแลนด์ฯ “อนันต์” อัดไทยไร้ทิศทาง แนะรัฐบาลคิดแล้วทำทันทีคนไม่ชะลอซื้อ “เสนาฯ” ชี้ให้เร่งรถไฟฟ้า

นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า หากจะเปรียบประเทศไทยในเวลานี้เหมือนอยู่กลางสี่แยกที่ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน เพราะไม่มีคนที่ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำทำให้การบริหารงานมีความต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจไทยเติบโตด้วยการที่เป็นประเทศแรงงานราคาถูกไม่ได้ ต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้เพื่อให้เป็นฮับ เช่น ฮับด้านท่องเที่ยว ด้านสุขภาพ

“สิ่งที่อยากได้จากรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาคือ คิดอะไรก็ทำเลย เพราะที่ผ่านมารัฐบาลมักพูดล่วงหน้าว่าจะทำอะไร ทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปเพราะรอความชัดเจนจากรัฐบาล เช่น การลดดอกเบี้ย การลดค่าธรรมเนียมการโอน เป็นต้น” นายอนันต์ กล่าว

สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เพราะถ้าการเมืองนิ่ง คนมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน ธุรกิจดี จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจที่จะซื้อบ้าน ซึ่งปัจจุบันกำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มฟื้นตัวกลับมา ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำเพียง 2% ส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ประมาณ 67% อยู่ในระดับที่ต่ำ เพราะในอดีตอัตราเงินกู้เคยสูงถึง 1819% ส่งผลดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามปัจจุบันภาคอสังหาริมทรัพย์ยังมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะกลุ่มแมสราคา 23 ล้านบาท ซึ่งรายใหญ่รุกพัฒนาโครงการเข้าตลาดนี้มากขึ้น อาจกระทบกับผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กได้

นายอนันต์ กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นั้นมองไม่เห็นประโยชน์ที่ชัดเจนต่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพราะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เมื่อมีที่ดินอยู่ก็นำมาพัฒนาเพื่อขายไม่ได้เก็บสะสม แต่จะกระทบกับคนที่ซื้อที่ดินเก็บสะสมเพราะจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการขายที่ดินเพิ่มมากขึ้น ส่วนราคาที่ดินจะลดลงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อขายในตลาด

ทั้งนี้ล่าสุด ได้ร่วมก่อตั้งหลักสูตร ABC REAL : REAL ESTATE REAL DEAL “กลยุทธ์ ความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์ตรงจากนักพํมนาอสังหาริมทรัพย์ต้นแบบ” ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ระยะเวลา 12 สัปดาห์ โดยมีวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์ อาทิ ทองมา วิจิตรพงษ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ , ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย และผู้ทรงคูณวุฒิในวงการอสังหาริมทรัพย์กว่า 20 ท่าน สำหรับกลุ่มเป้าหมาย คือ เจ้าของธุรกิจผู้บริหารุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของที่ดิน เป็นต้น เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 28 ส.ค. ค่าเรียน 1.6 แสนบาทต่อคน ตั้งเป้าผู้เข้าร่วมหลักสูตรทั้งสิ้น 100 คนด้าน น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า จากการประเมินบรรยากาศการซื้อขายถือว่ายังไม่ได้ฟื้นตัวกลับมามากนัก หรือก่อนหน้านี้ที่ประเมินกันว่าถ้าการเมืองจบกำลังซื้อที่อั้นมานานจะทะลักกลับมา แต่ก็ไม่ได้เป็นไปได้อย่างที่คาดหวังกันมา ซึ่งเป็นผลจากปัญหาเรื้อรังที่มีมานาน เช่น หนี้ครัวเรือนยังสูงมาก การส่งออกไม่ได้ตามเป้าหมาย ต้นทุนน้ำมัน ค่าครองชีพ สิ่งนี้แก้ไม่ได้ในระยะสั้น ดังนั้น คสช.ต้องเร่งเมกะโปรเจกต์ เช่น รถไฟฟ้าต่างๆ ให้เกิดเร็วขึ้น

“สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถผลักดันโครงการเมกะโปรเจคต่างๆ เช่น รถไฟฟ้าต่างๆ ให้เกิดขึ้นได้เร็ว จะมีส่วนสำคัญมากที่ช่วยฟื้นเศรษฐกิจโดยรวมให้กลับมา เพราะคนมีความต้องการอยากซื้ออยู่แล้ว เพียงแต่ปัญหาที่สะสมมาทำให้ต้องระมัดระวัง”

ด้านการลงทุนพัฒนาโครงการ บริษัทได้ปรับแผนให้เข้ากับสถานการณ์ โดยล่าสุดได้ตัดสินใจเลื่อนเปิดตัวโครงการย่านบางนาออกไปก่อน เพราะมองถึงมูลค่าในอนาคตที่จะมีโอกาสมากกว่า โดยเฉพาะหลังจากที่ศูนย์การค้าย่านบางนาของกลุ่มเดอะมอลล์มีความคืบหน้ามากขึ้น จึงต้องการเก็บที่ดินย่านบางนาไว้ก่อน

ขณะที่ได้ตัดสินใจเปิดตัวโครงการ “เดอะนิช ไอดี บางแค” มาแทนที่ เพราะโครงการนี้อยู่บนถนนเทอดไท ใกล้สถานีบางแคของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพงบางแค) ซึ่งมีความคืบหน้าในด้านงานก่อสร้างมาก ทำให้ความต้องการคอนโดมิเนียมขายตัวมากขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร (เฟส 1) ขนาดตั้งแต่ 2860 ตร.ม. จำนวน 434 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าโครงการ 690 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท

นอกจากนี้ อาจจะได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม พระราม 2 เฟส 2 ภายในสิ้นปี หากการซื้อที่ดินพร้อมแบบก่อสร้างอาคารชุดแลรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากบริษัท ทุนเจริญ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 134 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับผลประกอบการปีนี้ ยังมั่นใจว่าจะได้ตามเป้าหมาย ยอดขาย 3,000 ล้านบาท และรายได้ 2,500 ล้านบาท โดยยอดขาย 7 เดือนแรกอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาทแล้ว ส่วนรายได้ครึ่งปีแรกประมาณ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากคอนโดมิเนียม 80% บ้านแนวราบ 10% และรายได้จากการเช่า 10% ปีหน้าตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนบ้านแนวราบเป็น 25% คอนโดมิเนียม 65% และรายได้จากการเช่า 10%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ