posttoday
"สาลินี"มั่นใจแผนฟื้นฟูแก้เอสเอ็มอีแบงก์ฉลุย

"สาลินี"มั่นใจแผนฟื้นฟูแก้เอสเอ็มอีแบงก์ฉลุย

20 สิงหาคม 2557

ประธานบอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ มั่นใจคลังไม่ผิดหวัง ฟื้นฟูเอสเอ็มอีแบงก์ได้แน่นอนโดยไม่ต้องเพิ่มทุน ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปี 2558 แตะ 1 แสนล้านบาท

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ประธานบอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ มั่นใจคลังไม่ผิดหวัง ฟื้นฟูเอสเอ็มอีแบงก์ได้แน่นอนโดยไม่ต้องเพิ่มทุน ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปี 2558 แตะ 1 แสนล้านบาท

สาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ได้เดินทางเข้าหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจ (สคร.) เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยขอหารือเรื่องการฟื้นฟูกิจการ ยืนยันว่าธนาคารสามารถฟื้นตัวได้โดยไม่จำเป็นต้องขอเงินเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลัง 2,000 ล้านบาท

สาลินี กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงการควบรวมกิจการเอสเอ็มอีแบงก์กับธนาคารออมสิน บอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ยังคงเสนอแผนการฟื้นฟูกิจการให้ สคร.พิจารณา และยืนยันต่อ สคร.ว่าสามารถดำเนินการได้ตามแผน

“ต้องขอขอบคุณคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เลือกให้เข้ามาทำหน้าที่ประธาน ธพว. มารับหน้าที่ฟื้นฟูกิจการ กระแสที่บอกว่าการเลือกตนให้เข้ามาทำหน้าที่ โดยเป็นไพ่ใบสุดท้ายนั้นต้องบอกว่า คสช.เลือกไพ่ได้ไม่ผิดใบ การฟื้นฟูกิจการมีความเป็นไปได้ ก็อยากทำหน้าที่ให้ได้ตามแผนที่วางไว้ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องการควบรวม” สาลินี กล่าว

ทั้งนี้ จากการหารือและเสนอแผนฟื้นฟูกิจการ ทาง สคร.ได้ขอให้คณะกรรมการไปทำรายการสำรวจทรัพย์สิน (ดิวดิลิเจนต์) ให้แล้วเสร็จใน 3 เดือน ประกอบด้วย 1.สถานภาพรวมการปล่อยสินเชื่อ ในปัจจุบัน 2.การประมาณการงบขาดดุล กำไรสุทธิในช่วง 1 ปี และ 3.กระบวนการทำงานของธนาคาร ตั้งแต่ การวิเคราะห์สินเชื่อ การอนุมัติ การเบิกจ่าย การติดตามดูแล การดูแลหนี้เสีย เป็นต้น ซึ่งกระบวนการดังกล่าวทั้งหมด สอดคล้องกับแผนฟื้นฟูกิจการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

สำหรับแผนการฟื้นฟูในส่วนของการบริหารหนี้เสียที่มีอยู่กว่า 3.4 หมื่นล้านบาท จะต้องมีการแบ่งขายหลักทรัพย์ในส่วนหนี้เสีย 2 หมื่นล้านบาท โดยจะทยอยเปิดประมูลขายเป็นกองให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 ซึ่งส่วนนี้ก็จะหมุนกลับมาเป็นทุนให้ธนาคารใช้ปล่อยกู้ได้โดยไม่ต้องมีการขอเพิ่มทุนอีก เนื่องจากหนี้ดังกล่าวมีการสำรองครบ 100% แล้ว หากขายออกเงินสำรองก็จะถูกนำกลับมาเป็นทุน

นอกจากนี้ ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มสินเชื่อของธนาคารในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านบาท (ในกรณี ที่ไม่มีการขายหนี้) จากปัจจุบันที่สัดส่วนสินเชื่อรวม อยู่ที่ 8.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นการขยายตัว 12% เมื่อเทียบกับการ ขยายตัวเศรษฐกิจเฉลี่ย 45% แต่หากขายหนี้เสีย ได้ สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะอยู่ที่ 22.72%

สาลินี กล่าวอีกว่า การปรับปรุงโครงสร้าง ผู้บริหารให้เกิดความเหมาะสมในการบริหารงานธนาคารมีอยู่ในแผน แต่คงไม่ได้เร่งดำเนินการในขณะนี้ เนื่องจากต้องเร่งฟื้นฟูกิจการ และปรับกระบวนการทำงานให้แล้วเสร็จ โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงานการหารายได้ของธนาคาร ซึ่งที่ผ่านมาจากการหารือพบว่าในส่วนของ สาขา เขต และภูมิภาค และพนักงานที่มีอยู่กว่า 1,600 คน มีประสิทธิภาพในการทำงาน แต่มาติดปัญหาในเรื่องการติดตามสินเชื่อที่ไม่มีคุณภาพ

สำหรับเรื่องการดึงธนาคารกลับมาสังกัดกระทรวงการคลังนั้น เป็นเรื่องนโยบายที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก