
ต่างชาติมั่นใจจ้างบินไทยฆ่าเชื้อบนเครื่อง
สายการบินต่างชาติมั่นใจมาตรการเข้มเชื้อไว้รัสอีโบลา แห่ใช้บริการดีพ คลีนซิ่งพุ่ง หนุนรายได้ในอนาคตโตเพิ่ม
สายการบินต่างชาติมั่นใจมาตรการเข้มเชื้อไว้รัสอีโบลา แห่ใช้บริการดีพ คลีนซิ่งพุ่ง หนุนรายได้ในอนาคตโตเพิ่ม
ร้อยตรีอนุสสรณ์ นาคศรีชุ่ม รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจการบิน บริษัทการบินไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ และสายการบินเอธิโอเปี้ยน แอร์ไลน์ ได้ติดต่อให้การบินไทยทำความสะอาดภายในอากาศยานเต็มรูปแบบ ดีพ คลีนซิ่ง การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อกำจัดเชื้อไวรัส ซึ่งทั้งสองสายการบินได้ให้บริการเส้นทางในแถบแอฟริกาจำนวนมาก
ทั้งนี้ที่ผ่านมามีสายการบินต่างชาติ จำนวน 7 สาย เช่น คาเธ่ย์แปซิฟิก สวิส อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ไลน์ เป็นต้น มาใช้บริการดีฟ คลีนซิ่ง กับการบินไทย ซึ่งมองว่าในอนาคตการบริการดังกล่าวจะเป็นช่องทางหนึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทอย่างน้อย 5% จากรายได้การให้บริการอุปกรณ์ภาคพื้นดินเฉลี่ยปีละ 6,000 ล้านบาท
สำหรับมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสอีโบลา บริษัทได้ออก 7 มาตราการป้องกัน ได้แก่ 1. มาตรการคัดกรองผู้โดยสารตั้งแต่จุดเช็คอิน หากมีความจำเป็นผู้โดยสารต้องมีใบรับรองแพทย์ก่อนขึ้นเครื่อง 2. มาตรการให้บริการบนเครื่อง โดยให้ลูกเรือสังเกตุอาการผู้โดยสารระหว่างการเดินทาง 3. มาตรการจัดเตรียมอากาศยานและฆ่าเชื้อโรค เช่นการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ
4. มาตรการเพิ่มความถี่การทำดีพ คลีนซิ่ง จากเดิมทำความสะอาดเดือนละ 1 ครั้ง เป็น ทำความสะอาดอากาศยานทุกครั้งที่ให้บริการในเส้นทางเสี่ยง รวมถึงเพิ่มการทำคสามสะอาดใน 36 จุดสัมผัสภายในห้องโดยสาร 5. มาตรการเฝ้าระวังสุขอนามัยพนักงาน ลูกเรือ 6. มาตรการรับขนส่งสินค้า โดยเพิ่มมาตรการตรวจสิบบรรจุภัณฑ์ในพื้นที่เสี่ยง และ 7. มาตรการโภชนาการ การคัดเลือกวัตถุดิบและการปรุงอาหารที่สะอาดไม่เสี่ยงต่อการเป็นพาหะของโรค
อย่างไรก็ตามทั้ง 7 มาตรการช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสายการบินไทย ที่ผ่านมาการบินไทยมีประสบการณ์การรับมือกับโรคระบาด เช่น ซาร์ส ไข้หวัดนก ไข้หวัดนก 2009 โดยได้รับการยอมรับจาก WTO
ร้อยตรีอนุสสรณ์ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งนี้ ไม่กระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารแต่อน่างใด โดยยังเดินทางตามปกติ โดยเฉพาะเส้นทางกรุงเทพ-โจฮันเนสเบิร์ก ซึ่งบริษัทให้บริการ 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และไม่มีแผนปรับลดเที่ยวบินแต่อย่างใด แท้สถานการณ์การระบาดยังคงรุนแรง เพราะได้ประสานความร่วมมือกับ WTO และกระทรวงสาธารณสุขในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด







