
เอ็กโกฯ ชูต้นทางการศึกษา ปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม
“เรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมนั้นสำคัญ
“เรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมนั้นสำคัญ
ช่วยกันผลักดันให้สร้างการเรียนรู้สู่เยาวชน
ทุกๆ คนควรใส่ใจ บูรณาการการเรียนรู้ไปสู่กลุ่มสาระ
ให้มีทักษะในการคิด ทั้งการงาน สังคม วิทย์ คณิต อังกฤษ
สร้างวิธีคิดที่หลากหลาย เพื่อให้เห็นคุณค่าของไฟฟ้าว่า กว่าจะได้มานั้นลำบาก
ให้ทุกคนได้ตระหนัก และร่วมอนุรักษ์พลังงานไทย...”
เพลงลำตัดถ่ายทอดโดยน้องๆ โรงเรียนบ้านเขาเตียน มิตรภาพที่ 134 จ.ลพบุรี เรียกรอยยิ้มในพิธีมอบรางวัล 6 โรงเรียนดีเด่น ภายใต้โครงการ “พลังงานเพื่อชีวิต ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง” จัดโดยบริษัท ผลิตไฟฟ้า หรือ เอ็กโก กรุ๊ป สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ
สหัส ประทักษ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายซีเอสอาร์ด้านสิ่งแวดล้อมในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการผลิตไฟฟ้าให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม สำหรับโครงการพลังงานเพื่อชีวิตฯ คือหนึ่งในนั้น มุ่งการทำงานกับครูและโรงเรียน ซึ่งเป็นต้นทางในการให้การศึกษา รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชน ปลุกจิตสำนึกในการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“6 ผลงานจาก 6 โรงเรียนดีเด่นนี้ หวังว่าจะเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ตลอดจนเป็นแรงผลักดันให้ “คุณครู” และ “โรงเรียน” มีกำลังใจในการสานต่อสิ่งสำคัญ นั่นคือการสร้าง “เยาวชน” ให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” สหัส เล่า
สำหรับ 6 โรงเรียนดีเด่นประจำปี 2556 ประกอบด้วย 1.โรงเรียนบ้านเขาเตียน มิตรภาพที่ 134 จ.ลพบุรี 2.โรงเรียนเทพสถิตวิทยา จ.ชัยภูมิ3.โรงเรียนยางฮอมวิทยาคม จ.เชียงราย 4.โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” จ.แม่ฮ่องสอน 5.โรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยอง และ 6.โรงเรียนกรอกสมบูรณ์วิทยาคม จ.ปราจีนบุรี
1.โรงเรียนบ้านเขาเตียน มิตรภาพที่ 134 จ.ลพบุรีสายตรวจมนุษย์ไฟฟ้า และสายตรวจตำรวจน้ำ
ครูชาญ ชาลี เล่าถึงสายตรวจมนุษย์ไฟฟ้า ว่า ได้แต่งตั้งเด็กพิเศษที่บกพร่องทางการเรียนรู้มาทำกิจกรรมพิเศษนี้ โดยจะทำหน้าที่เดินสำรวจว่า ตรงไหนลืมปิดน้ำ ปิดไฟบ้าง เป็นการสอนให้รู้จักใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพึ่งพาตนเอง เด็กๆ ทำผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชน มียาแก้ไอฝาง สเปรย์กันยุง พิมเสนน้ำ ไฮไลต์คือลำตัด ซึ่งบูรณาการจากศิลปะพื้นบ้าน มาช่วยขยายผลกิจกรรม
2.โรงเรียนเทพสถิตวิทยา จ.ชัยภูมิอุปกรณ์ตากเนื้อแดดเดียวและพริกแห้ง
เจนจิรา โพกขุนทด นักเรียนโรงเรียนเทพสถิตวิทยา เล่าว่า อุปกรณ์ตากเนื้อแดดเดียวริเริ่มจากการนำเตาที่ไม่ได้ใช้งานแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ ต่อยอดเป็นที่ตากเนื้อแดดเดียวและพริกแห้ง ซึ่งเป็นพืชผลการเกษตรในท้องถิ่น ย่นระยะเวลาในการตาก ลดขยะ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
3.โรงเรียนยางฮอมวิทยาคม จ.เชียงรายโคมไฟไดโอด และโดมพาราโบลา
สุริยัน วรรณสอน นักเรียนโรงเรียนยางฮอมวิทยาคม กล่าวถึงโคมไฟไดโอดว่า เป็นนวัตกรรมประหยัดไฟ จากที่ใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ ก็เปลี่ยนเป็นหลอดแอลอีดี หรือหลอดไดโอดเปล่งแสง ลดการใช้ไฟฟ้าลงถึง 10% ส่วนโดมพาราโบลาได้แนวคิดจากวิชาฟิสิกส์ เรื่อง การรวมแสงที่จุดโฟกัส ใช้ประโยชน์ในการต้มน้ำ ใช้เป็นน้ำอุ่นสำหรับอาบในหอพัก
4.โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” จ.แม่ฮ่องสอนปานซอย
เกื้อการุณ เจริญเมือง นักเรียนโรงเรียนแม่สะเรียงฯ เล่าว่า การทำปานซอย หรือการฉลุลายจากเศษวัสดุเหลือใช้ ได้นำกระบวนการ LCA หรือการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์มาใช้ สิ่งของเหลือใช้นำมาแปรรูป ฉลุลายเป็นกรอบรูป ของตกแต่งและซุ้มประตู อิงกับศิลปะไทยใหญ่
5.โรงเรียนนิคมวิทยา จ.ระยองบ้านพอเพียง
พิมลนาฎ ไพบูลย์ นักเรียนโรงเรียนนิคมวิทยา เล่าถึงแนวคิดของบ้านพอเพียงว่า เป็นบ้านประหยัดพลังงานผสานกับวิถีพอเพียงจากภูมิปัญญาท้องถิ่น มี 9 ฐานการเรียนรู้ ภายใต้แนวคิด LCA เรียนรู้ว่าสิ่งของแต่ละอย่างมีการใช้พลังงานหรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร มีกิจกรรมปลูกสวนยางบ่อเลี้ยงปลา การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ เรียนรู้และเข้าใจท้องถิ่นของตน
6.โรงเรียนกรอกสมบูรณ์วิทยาคม จ.ปราจีนบุรีห้องเรียนธรรมชาติ
เจวลี พิมพ์บูรณ์ นักเรียนโรงเรียนกรอกสมบูรณ์วิทยาคม เล่าว่า ห้องเรียนธรรมชาติ มี 26 ฐานการเรียนรู้ ถือเป็นห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในสวนพฤษศาสตร์และสวนสมุนไพร จัดแบ่งพันธุ์ไม้ 7 ระดับ ประโยชน์ 5 อย่าง คือ เป็นแหล่งอาหาร เป็นสมุนไพร ปลอดจากสารเคมี แบ่งปันเพื่อนบ้าน และรักษาระบบนิเวศ







