
"สวัสดิการเลือกได้"เครื่องจูงใจพนักงานรักองค์กร
ทาวเวอร์ส วัทสัน บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ ได้ประเมินผลอัตราการจ่ายผลตอบแทนประจำปี (โบนัส)
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ทาวเวอร์ส วัทสัน บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ ได้ประเมินผลอัตราการจ่ายผลตอบแทนประจำปี (โบนัส) ของประเทศไทยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2557 จะอยู่ในระดับ 2 เดือน ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนถือได้ว่าประเทศไทยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง โดยสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทใส่ใจดูแลตามความคาดหวังของพนักงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด แม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศไทยจะอยู่ในสภาวะตึงตัวก็ตาม แต่เพื่อเป็นการรักษาบุคลากรให้คงอยู่กับบริษัทจึงต้องใช้มาตรการการจ่ายผลตอบแทนดังกล่าวไว้ถึงแม้สวนทางกับผลประกอบการก็ตาม
ทั้งนี้ การรักษาทรัพยากรบุคคลในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าผลตอบแทนและสวัสดิการเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน พิชญ์พจี สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน กล่าวว่าจากผลสำรวจแนวโน้มการให้สวัสดิการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2557 โดย ทาวเวอร์ส วัทสัน พบว่า องค์กรในประเทศไทยได้ใช้เม็ดเงินสัดส่วนกว่า 30% ของเงินเดือนพนักงานต่อเดือนในการจัดสรรสวัสดิการให้แก่พนักงาน
ขณะที่จากผลสำรวจแนวโน้มการให้สวัสดิการขององค์กรต่างๆ ให้ความเห็นว่า ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนสวัสดิการเพื่อการดูแลสุขภาพ โดยการสำรวจบริษัทประกันสุขภาพทั่วโลก พบว่า ประเทศไทยมีอัตราค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการเพื่อการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นประมาณ 89% ต่อปีต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน
แต่ด้านการรับรู้ของพนักงานกลับไม่ได้รับรู้ถึงประโยชน์ของเม็ดเงินดังกล่าวที่เป็นผลตอบแทน เนื่องจากรูปแบบแพ็กเกจสวัสดิการและผลตอบแทนนั้นไม่ตรงจุดความต้องการ จากความแตกต่างด้าน อายุ สถานภาพการสมรส รายได้ ครอบครัว ของพนักงานแต่ละบุคคล บริษัทจึงได้พัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาภายใต้ชื่อ “สวัสดิการเลือกได้” (Flexible Benefit) ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหารจัดการองค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการของพนักงาน
สวัสดิการเลือกได้จะสามารถให้พนักงานออกแบบปรับเปลี่ยนสวัสดิการที่ตนเองได้รับอย่างเสรี ไม่ว่าจะเป็น การหักเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สิทธิด้านการรักษาพยาบาลให้แก่ครอบครัวบิดามารดาบุตร สิทธิในการลาหยุดซึ่งจะถูกประเมินเป็นตามมูลค่าออกมาให้พนักงานเห็นในระบบ แตกต่างจากรูปแบบปัจจุบันที่บริษัทเป็นผู้เลือกสวัสดิการให้พนักงานรูปแบบเดียวกันทั้งองค์กร
นอกจากนี้ จากการทดลองใช้ภายในองค์กรของบริษัท ทาวเวอร์สวัทสัน เองในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่า 82% จากความเห็นของพนักงาน เลือกที่จะไม่เปลี่ยนงานไปยังบริษัทอื่นเนื่องจากสวัสดิการเลือกได้ เป็นสิ่งจูงใจ
เทคโนโลยีดังกล่าวยังถูกออกแบบให้เหมาะตามกลยุทธ์ทางธุรกิจและบุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการบริหารงาน พร้อมการเป็นตัวเชื่อมโยงทางการสื่อสารให้แก่พนักงานได้ทราบว่าสวัสดิการที่ตนเองได้นั้นมีอะไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม การใช้สวัสดิการเลือกได้ในต่างประเทศ อาทิ ประเทศสิงคโปร์ มีสัดส่วนการใช้อยู่ที่ 25% ขององค์กรในประเทศ แถบทวีปยุโรป มีสัดส่วนการใช่อยู่ที่ 50-60% ขององค์กรในประเทศ เป็นต้น ขณะที่ประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้เพียง 5-10%
การลงทุนเริ่มต้นของเทคโนโลยีดังกล่าวอยู่ในระดับ 2-3 ล้านบาท สำหรับองค์กรที่มีพนักงานจำนวน 200-300 คน ส่วนค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบจะอยู่ที่ 35% ของเงินเดือนพนักงานในองค์กรต่อปี
ลองคำนวณดูว่าคุ้มค่าหรือไม่ กับการรักษาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพให้อยู่กับองค์กรท่ามกลางการดึงตัวที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และเพิ่มประสิทธิผลในการทำงานขององค์กรให้ขับเคลื่อนไปอย่างราบรื่น







