posttoday
สศค.ชงงบใหม่ออมสินอุ้มเอสเอ็มอีรายย่อย

สศค.ชงงบใหม่ออมสินอุ้มเอสเอ็มอีรายย่อย

14 สิงหาคม 2557

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) วิเคราะห์การเข้าถึงบริการทางการเงิน พบว่า กลุ่มที่ยังไม่เข้าถึงบริการทางการเงินมี 2 กลุ่มใหญ่

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) วิเคราะห์การเข้าถึงบริการทางการเงิน พบว่า กลุ่มที่ยังไม่เข้าถึงบริการทางการเงินมี 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) โดยมีอุปสรรคคือผู้ขอสินเชื่อมีฐานะทางการเงินไม่ดี และไม่มีประวัติในการกู้เงิน ทำให้สถาบันการเงินไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้ การขาดหลักประกันและการเดินทางที่ห่างไกลไม่สะดวก

ที่ผ่านมาธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 2 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเงินฐานรากพอสมควร เพราะมีโครงการสินเชื่อรายย่อยหลายโครงการ

ทว่า เพื่อเป็นการเพิ่มบทบาท สศค.เสนอให้ธนาคารออมสินเน้นให้สินเชื่อกลุ่มรายย่อยที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 2 แสนบาทมากขึ้น และให้ขยายการให้บริการเชิงรุกจากเขตเมือง การขยายกลุ่มเป้าหมายในโครงการธนาคารประชาชน เพื่อช่วยคนมีรายได้น้อยและแก้หนี้นอกระบบเพิ่มมากขึ้น และให้บริการที่รวดเร็วไม่ซับซ้อน เช่น การใช้บัตรเงินสด การไม่กำหนดหลักประกันหรือวงเงินขั้นต่ำ ให้เจ้าหน้าที่สินเชื่อออกให้บริการนอกสถานที่ ซึ่งหากมีการบริหารจัดการที่ดีเชื่อว่าจะมีต้นทุนต่ำกว่าเปิดสาขาใหม่ โดยภาครัฐต้องให้การสนับสนุนด้วยการแยกโครงการตามนโยบายรัฐออกเป็นบัญชีพิเศษด้วย

ขณะที่การเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มเอสเอ็มอีได้เสนอแนะให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ เป็นผู้ให้บริการหลักแก่เอสเอ็มอีที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ เพราะเอสเอ็มอีแบงก์มีขนาดค่อนข้างเล็ก จึงทำให้การให้บริการสินเชื่อไม่สามารถเข้าถึงผู้ประกอบการได้มากนัก

ดังนั้น จึงเห็นว่าธนาคารออมสินควรเข้ามาช่วยปิดช่องว่างนี้ เพราะมีศักยภาพสูงกว่าในการให้บริการผู้ประกอบการที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อของสถาบันการเงินเอกชน ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารออมสินยังไม่เน้นเรื่องการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีเท่าที่ควร เพราะไม่ใช่พันธกิจหลักของธนาคาร จึงควรมีการให้ความรู้การวางแผนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการด้วย

อย่างไรก็ดี พบว่าการให้บริการของแบงก์รัฐยังเข้าไม่ถึงธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็ก เพราะเป็นกลุ่มที่ขาดหลักประกัน มีความเสี่ยงสูง จึงมอบหมายให้แบงก์รัฐหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้ โดยอาจใช้การค้ำประกันจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เน้นกลุ่มที่เพิ่งเริ่มกิจการ (Startup)หรือกลุ่มที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่

นอกจากนี้ อาจขยายหลักประกันโดยใช้สินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง แฟกเตอริ่ง และในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีหลักประกัน คลังเตรียมออกประกาศกระทรวงเพื่อจัดตั้งนิติบุคคลที่สนใจให้บริการสินเชื่อกลุ่มนี้ หรือนาโนไฟแนนซ์ ให้ปล่อยกู้ได้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 3% ต่อเดือน หรือ 36% ต่อปี

ขณะที่ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นแบงก์รัฐที่มีสาขาในต่างจังหวัดมากที่สุด ก็เริ่มขยายบทบาทให้สินเชื่อรายย่อยในชนบทแล้ว ส่วนพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีสาขาของแบงก์รัฐ อาจดำเนินการผ่านองค์กรการเงินชุมชน โดยแบงก์รัฐอาจให้ทุนหมุนเวียนแก่องค์กรที่มีศักยภาพ กองทุนหมู่บ้านที่ผ่านการยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนแล้วให้ทำหน้าที่นายหน้าผู้ส่งต่อสินเชื่อไปยังชุมชน

ทั้งนี้ สศค.ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการให้สินเชื่อของแบงก์รัฐว่าจะมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าธนาคารพาณิชย์ แต่เนื่องจากแหล่งเงินทุนที่สำคัญมาจากเงินฝากของประชาชนเช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ ดังนั้นแบงก์รัฐจึงต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ความเสี่ยงเช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์ และนี่จึงทำให้เป็นข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ยังมีความเสี่ยงสูงต่อไป

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69