
อีคอมเมิร์ซครวญ ส่อเจ๊ง7.5หมื่นราย
รีดภาษีอีคอมเมิร์ซป่วนแน่ ผู้ค้ารายย่อยส่อปิดกิจการ สมาคมเตรียมขอแจงสรรพากร
รีดภาษีอีคอมเมิร์ซป่วนแน่ ผู้ค้ารายย่อยส่อปิดกิจการ สมาคมเตรียมขอแจงสรรพากร
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เปิดเผยว่า สมาคมเตรียมเข้าพบกรมสรรพากรภายใน 2 สัปดาห์ โดยขณะนี้กำลังหารือถึงแนวทางและข้อเสนอแนะต่างๆ ในกรณีที่กรมสรรพากรมีแนวคิดจัดเก็บภาษีผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ อีคอมเมิร์ซรายย่อยอย่างแน่นอน โดยขณะนี้มีผู้ค้ารายย่อยอยู่ประมาณ 7.5 หมื่นราย หรือคิดเป็น 75% ของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ 1-1.5 แสนราย ที่มีความเคลื่อนไหวขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนร้านค้าโดยรวม 2 ล้านราย
ทั้งนี้ ผู้ค้ารายย่อยส่วนใหญ่จะจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และเว็บไซต์ กลุ่มนี้มีโอกาสที่จะหายไปจากตลาดสูง เพราะรายได้ ไม่คุ้มกับการจ่ายภาษี ที่ต้องจ่ายในรูปแบบบุคคลธรรมดาอัตรา 35-37% เนื่องจาก ผู้ค้าส่วนใหญ่ไม่ได้จดทะเบียนในรูปบริษัท รวมทั้งไม่ได้จ่ายภาษีให้กับทางสรรพากร ขณะที่ปัจจุบันมีผู้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อยู่เพียง 4,000-5,000 รายเท่านั้น
“กระแสข่าวการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรจะทำให้ผู้ค้ารายย่อยชะลอการเคลื่อนไหวจำหน่ายสินค้าไประยะหนึ่งแน่นอน เพื่อรอถึงแนวทางที่ชัดเจนจากกรมสรรพากร ขณะเดียวกันมีโอกาสที่ เจ้าหน้าที่จะเริ่มซุ่มตรวจสอบบัญชีรายรับและรายจ่ายของร้านค้าทางออนไลน์” นายภาวุธ กล่าว
ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซรายใหญ่จะมีประมาณ 5,000 ราย หรือ คิดเป็น 5% ของตลาด อาทิ บริษัททัวร์ จองตั๋วเครื่องบินทางออนไลน์ เป็นหลัก ส่วนผู้ประกอบการขนาดกลางจะเป็นกลุ่มค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค ที่เพิ่งเข้ามาขยายช่องทางจำหน่ายจำนวน 2 หมื่นราย หรือราว 20% เชื่อว่าทั้งสองกลุ่มเสียภาษีนิติบุคคลอัตรา 25% อยู่แล้ว
สำหรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซมูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านบาท แม้ว่าปีนี้จะมีปัจจัยลบการเข้มงวดนำเข้าผ่านทางกรมศุลกากร กับแนวทางจัดภาษีอีคอมเมิร์ซ แต่ยังมั่นใจว่าตลาดยังสามารถเติบโต 20-30% ได้ตามเป้าหมาย และช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เป็นธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการเมือง จึงยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านผู้ค้าทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมากรมศุลกากรได้เข้มงวดในการนำเข้าสินค้า จึงส่งผลให้บริษัทขนส่งจากอังกฤษ ญี่ปุ่น และอเมริกา ทยอยปรับค่าบริการเพิ่มขึ้น อาทิ บริษัทขนส่งสินค้าอเมริกาปรับค่าบริการจาก 500 บาท/กก. เป็นกว่า 700 บาท ทำให้ต้นทุนต่างๆ ปรับสูงขึ้น และล่าสุดการที่กรมสรรพากรจะจัดเก็บภาษีจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ มาเพิ่มภาระต้นทุนอีก ผลดังกล่าวอาจทำให้ธุรกิจได้ไม่คุ้มเสีย บางรายโดนภาษีย้อนหลังถึงกับต้องปิดกิจการไปแล้วก็มี







