
ส่องพฤติกรรมใช้มือถือไทย57%ไร้แอนตี้ไวรัส
จากข้อมูลสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ประเมินว่า พฤติกรรมใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือของคนไทยเปลี่ยนจากใช้โทรศัพท์ธรรมดา (ฟีเจอร์ โฟน)
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
จากข้อมูลสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ประเมินว่า พฤติกรรมใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือมือถือของคนไทยเปลี่ยนจากใช้โทรศัพท์ธรรมดา (ฟีเจอร์ โฟน) เป็นสมาร์ทโฟนมากขึ้น ปีนี้คาดสมาร์ทโฟนจะมีมูลค่าสูงกว่า 6 หมื่นล้านบาท ส่วนฟีเจอร์ โฟน มีแค่ 1.6 ล้านบาท ขณะที่การใช้งานโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 3 ชั่วโมง/วัน ส่วนใหญ่ใช้เล่นเกมนั่นเอง ซึ่งมีผู้ใช้เพียงไม่กี่รายที่ตระหนักถึงภัยคุกคามในโลกไซเบอร์ที่คืบคลานเข้ามากับแอพเกมที่ดาวน์โหลด
เทอเรนซ์ ตัง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจคอนซูเมอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก บริษัท เทรนด์ ไมโคร ผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยซอฟต์แวร์และคลาวด์ เปิดเผยว่า เกมในโทรศัพท์มือถือทั่วโลก ปีหน้าจะโตเกือบเท่าตัวอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7 แสนล้านบาท จากปีก่อน 1.32 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4.2 แสนล้านบาท
การโตของเกมในโทรศัพท์มือถือมาจากตลาดเกิดใหม่เป็นหลัก โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉพาะไทย เป็นตลาดที่ใช้จ่ายกับเกมในโทรศัพท์มือถือติดอันดับ 31 ของโลก อันดับ 8 ในเอเชียแปซิฟิก หรือคาดว่าสูงถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐ (6,400 ล้านบาท) สิ้นปีนี้ แต่มีแค่ 43% ของผู้ใช้งานในไทยที่ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย หรือแอพแอนตี้ไวรัส ไว้ในโทรศัพท์มือถือ
เมื่อสำรวจการดาวน์โหลดแอพปลอมหรือแอพที่มีความเสี่ยงสูง 50% ของผู้ใช้งาน ดาวน์โหลดแอพปลอมหรือแอพความเสี่ยงสูงไปแล้ว 25% มั่นใจว่าไม่มีแอพปลอม แอพเสี่ยงสูงแน่ และอีก 25% ไม่รู้ตัวว่ามีแอพปลอมหรือแอพเสี่ยงสูงอยู่หรือไม่ นอกจากนี้พบว่า 16% ของผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในไทยเท่านั้นที่ตรวจสอบแอพที่จะดาวน์โหลดก่อน
พฤติกรรมไม่ให้ความสำคัญตรวจสอบความปลอดภัยของแอพเกมต่างๆ ทำให้เกิดปัญหาตามมา กรณีที่เกิดบ่อยครั้ง มี 3 เรื่อง คือ 1.มีผู้สร้างเกมปลอมเลียนแบบหน้าตาแอพเกมจริงที่กำลังดัง แล้วผู้ใช้เผลอไปดาวน์โหลดแอพเกมปลอม จากนั้นในแอพให้กรอกข้อมูล หรือขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลอะไร แจ้งว่าจะส่งข้อความให้ผู้ใช้ต่อเนื่อง ผู้ใช้ก็ไม่ได้สนใจอ่าน กดยอมรับไป ผลคือมีค่าบริการส่งข้อความเรียกเก็บมาที่ผู้ใช้สูงผิดปกติโดยไม่รู้สาเหตุ
2.ดาวน์โหลดแอพเกมจริงมา แต่เผลอเปิดโฆษณาเชิญชวนช็อปปิ้งสินค้าราคาถูกที่ขึ้นมาในแอพเหล่านั้น เมื่อเข้าสู่หน้าร้านค้าช็อปปิ้งแล้วกดซื้อ ก็เสียเงินทันทีโดยไม่ได้ของใดๆ เพราะร้านนั้นไม่มีจริง กรณีสุดท้าย 3.มีเพื่อนในเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ส่งลิงก์เชื้อเชิญเข้าไปดู อาจเป็นลิงก์ข่าวดังช่วงนั้น แล้วเผลอกดดู จะถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการเงินไปทันที ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกขายในตลาดมืด ทำให้เราเดือดร้อนภายหลัง เช่น ถูกผู้อื่นเข้ามาใช้อีเมล หรือบัญชีสังคมออนไลน์
เมื่อเป็นเช่นนี้ บริษัทจึงพัฒนาแอพพลิเคชั่น Dr.Safety เป็นระบบรักษาความปลอดภัยในโทรศัพท์มือถือป้องกันปัญหา มีเครื่องมือสำคัญ เช่น สแกนแอพพลิเคชั่นก่อนที่เราจะดาวน์โหลด หากเป็นแอพปลอม แอพเสี่ยงจะบล็อกไม่ให้ดาวน์โหลด และมีฟังก์ชั่นแนะนำเกม รวบรวมเกมในกลุ่มผู้พัฒนาที่เข้ามาเป็นพันธมิตร การันตีว่าแอพเหล่านี้เป็นของจริง ผู้ใช้มั่นใจดาวน์โหลดผ่านช่องทางนี้ได้ เป็นต้น ไม่เพียงเท่านี้ยัง และออกแอพ Dr.Booster เป็นทางเลือก ใช้เล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือเร็วขึ้น
“Dr.Booster เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทาง กูเกิล เพลย์ ใช้กับระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์ ตั้งเป้าสิ้นปีนี้มียอดดาวน์โหลด 1 ล้านครั้งทั่วโลก ปัจจุบันมียอดแล้วกว่า 5 แสนครั้ง หากดูเฉพาะในไทย ตั้งเป้าสิ้นปีนี้มียอดดาวน์โหลด 2 แสนครั้ง ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างพัฒนาแอพนี้สำหรับระบบปฏิบัติการณ์ไอโอเอสด้วย” ตัง กล่าว
เดวิด อึ้ง ประธานฝ่ายบริหาร กูมิ เอเชีย ผู้พัฒนาเกมชื่อดัง เช่น เกมเบรฟ ฟรอนเทียร์ ที่มียอดขายจากเกมอันดับ 9 ในโลก กล่าวว่า ร่วมเป็นพันธมิตร นำแอพเกมที่ผลิตไปอยู่ในกลุ่มแอพเกมแนะนำของ Dr.Safety คาดจะช่วยลดการสูญเสียรายได้ หลังบริษัทเผชิญปัญหาใหญ่ถูกแฮ็กเกอร์ชาวไทยทำเกมปลอมขึ้นมา แล้วยังล้วงข้อมูลส่งเพชรในเกมไปให้ผู้เล่นทั่วโลกฟทั้งที่ปกติจะต้องซื้อเพชรด้วยการจ่ายเงิน ทำให้บริษัทเสียรายได้ส่วนนี้ไป และยังปลอดภัยต่อผู้เล่นเกมด้วยรี
สิทธิชัย เทพไพฑูรย์ กรรมการบริษัท เกมอินดี้ และกรรมการสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย กล่าวว่า มีผู้ผลิตเกมไทยเป็นพันธมิตรใน Dr.Safety 23 ราย และอนาคตน่าจะมีการเข้าร่วมเพิ่มขึ้นอีก เพราะนอกจากสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เล่นเกมได้ดาวน์โหลดเกมจริง ยังช่วยให้ผู้พัฒนาเกมชาวไทยได้เสนอเกมเป็นที่รู้จักมากขึ้น ต่างจากที่แอพอยู่ในกูเกิล เพลย์ ที่อยู่รวมกับเกมจำนวนมาก
ปัญญา มโนมัยเสาวภาคย์ ผู้จัดการอาวุโสส่วนคุณภาพผลิตภัณฑ์ บริษัท สามารถ ไอโมบาย กล่าวว่า ครึ่งปีหลังนี้น่าจะมีโทรศัพท์ออกขาย 2 ล้านเครื่อง เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางถึงบน 8 แสนเครื่อง หลังจากนี้จะนำแอพ Dr.Safety ติดตั้งตั้งแต่ในโรงงานไว้ในสมาร์ทโฟนระดับกลางถึงบน 5,0001 หมื่นบาททุกเครื่อง ลดเสี่ยงให้ผู้ใช้
ก็ได้แต่หวังว่านักเล่นเกมไทยจะไม่มัวเพลิดเพลินกับเกมอย่างเดียว จนลืมเรื่องความปลอดภัยไป เพราะเหตุเสียเงินหลักแสนหลักล้านบาทเพราะแอพปลอมก็มีให้เห็นมาแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้







