posttoday
“สมิทธ์ พนมยงค์” นักคิดนอกกรอบ บลจ.ไทยพาณิชย์

“สมิทธ์ พนมยงค์” นักคิดนอกกรอบ บลจ.ไทยพาณิชย์

06 สิงหาคม 2557

คนที่รักความท้าทายและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่มักจะนำไปสู่โอกาสที่ดีในอนาคตเสมอ เช่นเดียวกับ “สมิทธ์ พนมยงค์” กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์คนใหม่ วัย 42 ปี ที่เข้ามาดูแล บลจ.ไทยพาณิชย์ได้ 3 เดือนแล้ว

คนที่รักความท้าทายและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่มักจะนำไปสู่โอกาสที่ดีในอนาคตเสมอ เช่นเดียวกับ “สมิทธ์ พนมยงค์” กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์คนใหม่ วัย 42 ปี ที่เข้ามาดูแล บลจ.ไทยพาณิชย์ได้ 3 เดือนแล้ว

เขาจบวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาตรีอีกใบที่มหาวิทยาลัยรีด ที่สหรัฐ สถาบันขึ้นชื่อด้านศิลปะ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเดียวกับสตีฟ จ็อบส์

จากนั้นผันตัวเองไปเป็นนักวิเคราะห์หุ้นที่สหรัฐระยะหนึ่ง ก่อนไปเรียนปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยลอนดอน

จบมาในปี 2540 ที่ไทยเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ยื่นใบสมัครงานกว่า 100 แห่ง สุดท้ายได้มาทำงานเป็นนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ คาเธ่ย์แคปปิตอล และเป็นนักเศรษฐศาสตร์หน้าใหม่ที่กล้าฟันธงระดับค่าเงินบาทน่าจะมีเสถียรภาพที่ 4042 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากที่ตอนนั้นผลการประกาศค่าเงินบาทลอยตัว

ต่อมาได้งานที่ซิตี้กรุ๊ปที่ต้องรับผิดชอบตลาดประเทศเกิดใหม่ในต่างประเทศที่เป็นแหล่งสั่งสมความรู้ที่ดีเยี่ยม เพราะได้เรียนไปด้วยและทำงานไปด้วย โดยแต่ละประเทศที่เขามีโอกาสได้ไปเรียนและทำงานก็มักจะเลือกไปประเทศที่เศรษฐกิจกำลังแย่ หรือกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังพัฒนาและมีโอกาสเติบโตในอนาคต

อย่างเช่นการไปประเมินมูลค่าธุรกิจเพื่อซื้อกิจการหรือควบรวมไอทีแห่งหนึ่งในอินเดีย ทำให้ซิตี้กรุ๊ปได้เข้าไปซื้อกิจการบริษัทดังกล่าวในราคาที่ถูกกว่า หรือในกรณีอินโดนีเซียที่เศรษฐกิจประสบปัญหา ซิตี้กรุ๊ปสามารถหาเงินมาช่วยบริษัทสื่อสารแห่งหนึ่งได้ แม้บริษัทอยู่ในสถานภาพเกือบล้มละลายและอันดับเครดิตไม่ดี ไม่สามารถขอสินเชื่อได้

ต่อมาได้เข้าทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์จากคำชวนของรุ่นพี่ “อาทิตย์ นันทวิทยา” รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ตามนโยบายที่ต้องการสร้างคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำงาน

การมาที่ SCB ทำให้ได้สัมผัสงานเบื้องหน้าที่ต้องสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าโดยตรง ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายวางแผนและกลยุทธ์ของ SCB และล่าสุดตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นมา กับการดูแล บลจ.ไทยพาณิชย์ โดยตั้งเป้าว่าปี 2557 สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) แตะ 1 ล้านล้านบาท

นโยบายการทำงานของเขาคือ ต้องทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง 3 ฝ่าย คือ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพนักงาน มีความสุข ซึ่งทั้งหมดก็ต้องเข้าใจความต้องการของแต่ละฝ่ายว่าเขาต้องการอะไร ที่ผ่านมาก็ได้ปรับนโยบายให้ผู้จัดการกองทุนมีการสื่อสารที่มากขึ้นและทำงานเป็นทีมเหมือนทีมฟุตบอลเยอรมนี ไม่ใช่มีความโดดเด่นเป็นรายตัวเหมือนทีมบราซิลที่ขาดดาวเด่นไปคนเดียวทีมก็พัง

เช่นเดียวกันอย่างลูกค้าที่ต้องการความมั่นคงและเงินที่งอกเงยเพิ่ม แต่ปัญหาคือผู้ที่ติดต่อลูกค้าโดยตรงยังมีความเข้าใจและสื่อสารอธิบายการลงทุนแต่ละประเภทตามสาขายังไม่ชัดเจน เพราะมีหลายผลิตภัณฑ์ จึงเริ่มต้นแก้แผ่นพับที่สื่อสารที่ชัดเจนว่ากองทุนไม่ใช่เงินฝาก แรกๆ อาจมีปัญหากับฝ่ายจำหน่ายเพราะกลัวลูกค้าไม่ซื้อกองทุน แต่หลังๆ ลูกค้ามีความเข้าใจเรื่องการลงทุน และช่วยแบงก์คัดเลือกลูกค้า

“สมิทธ์” บอกว่า ทั้งหมดนี้คือหลักการทำงานของเขา ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ เพียงแต่ต้องกล้าทำ

ยามว่างของเขาจะเลี้ยงลูก 2 คน คนโต 7 ขวบ และคนเล็ก 5 ขวบ และพาลูกๆ เดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าการเปิดโลกทัศน์ให้ลูกได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ มีประสบการณ์ในหลายสถานการณ์ นอนเต็นท์บนทะเลทรายก็เคยมาแล้ว สิ่งเหล่านี้จะหล่อหลอมให้ได้รู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่และคิดอะไรนอกกรอบได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว